สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยงาม การดูแลตัวเอง การศัลยกรรม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารคลีน อาหารสุขภาพ สูตรอาหาร เมนูอาหาร
อาหารสุขภาพ

แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก การพัฒนาลูก การสอนลูก
แม่และเด็ก

สมุนไพร สมุนไพรไทย พืชสมุนไพร สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี
Line Id : nongnlove

มะนาว สมุนไพรพื้นบ้าน ผลมะนาวให้รสเปรี้ยว สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย สรรพคุณของมะนาว เช่น บำรุงเลือดลม แก้ปวดหัว ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ โทษของมะนาว มีอะไรบ้าง

มะนาว สมุนไพร ต้นมะนาว สรรพคุณของมะนาว

มะนาว ( Lime ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะนาว คือ Citrus aurantiifolia (Christm.) Swingle ต้นมะนาว คือ พืชประเภทไม้ผล ให้รสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำน้ำคั้นจากผลมะนาวมาปรุงอาหารให้รสเปรี้ยว สรรพคุณของมะนาวช่วยบำรุงร่างกายระบบต่างๆ เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินหายใจ ระบบภูมิต้านทานร่างกาย ระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบประสาท

นอกจากนั้น มะนาว ยังมีประโยชน์อื่นๆ มากมาย สำหรับทุกครัวเรือนในประเทศไทย นิยมปลูกมะนาวทั่วไป จัดเป็นสมุนไพรประจำครัวเรือน ขาดไม่ได้สำหรับการทำอาหารไทย

สายพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูกในประเทศไทย

มะนาวที่นิยมปลูกในไทย มี 4 สายพันธ์หลักๆ คือ มะนาวไข่ มะนาวแป้น มะนาวหนัง และมะนาวทราย โดยรายละเอียด มีดังนี้

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาว มีสีอ่อนคล้ายไข่เป็ด ขนาด 2-3 เซนติเมตร เปลือกบาง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าพันธุ์อื่นๆ ในเชิงพาณิชย์จะปลูก มะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย[1]
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกหนา ทำให้เก็บรักษาผลได้นาน
  • มะนาวทราย ทรงพุ่มสวยใช้เป็นไม้ประดับ ให้ผลตลอดปีแต่ไม่ค่อยนิยมบริโภค เพราะน้ำมีรสขมเจือปน

มะนาวพันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ มะนาวตาฮิติ, มะนาวหวาน, มะนาวปีนัง, มะนาวโมฬี, มะนาวพม่า, มะนาวเตี้ย และมะนาวหนัง เป็นต้น (มะนาวบางพันธุ์อาจเรียกได้หลายชื่อ แต่ในที่นี้ไม่ได้สืบค้นเพื่อจำแนกเอาไว้)

ลักษณะของต้นมะนาว

ต้นมะนาว เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย สำหรับการปลูกมะนาวนั้น สามารถขยายพันธ์ได้โดยการปักชำ ทาบกิ่ง และ การเพาะเมล็ดพันธ์ุ ต้นมะนาวมีหลากหลายสายพันธ์ุ ซึ่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน สำหรับ ลักษณะของต้นมะนาว มีลักษณะดังนี้

  • ลำต้นของมะนาว ลักษณะเป็นไม้พุ่ม มีความสูงประมาณ 2 เมตร เปลือกของลำต้นมีสอง สี เปลือกอ่อนสีเขียว เปลือกแก่มีสีน้ำตาล ลำต้นมีหนามแหลมคม ซึ่งหนามมักอยู่ตามซอกใบ
  • ใบมะนาว เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันตามกิ่งก้านของลำต้น ใบมีลักษณะรี ผิวใบเรียบ มันวาว สีเขียวสด ปลายใบแหลม
  • ดอกมะนาว ลักษณะเป็นดอกเดี่ยว ดอกออกเป็นช่อ มีสีขาว คล้ายรูปทรงกระบอก
  • ผลมะนาว พัฒนามาจากดอกมะนาว ผลสดมะนาวมีลักษณะกลม ผิวเรียบ มีสีเขียว ภายในผลชุ่มน้ำ ผิวเปลือกของมะนาวมีต่อมน้ำมันที่ผิว
  • เมล็ดมะนาว ลักษณะของเมล็ดคลายหยดน้ำ ปลายเมล็ดแหลม มีรสขม เมล็ดของมะนาวอยู่ในผลมะนาว ซึ่งเมล็ดสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้

คุณค่าทางโภชนาการของมะนาว 

สำหรับการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของมะนาวขนาด 100 กรัม สามารถใหเพลังงาน 30 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม น้ำตาล 1.7 กรัม กากใยอาหาร 2.8 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.7 กรัม วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.2 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.217 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.046 มิลลิกรัม วิตามินบี9 8 ไมโครกรัม
วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 33 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.6 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 102 มิลลิกรัม และธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม

น้ำมันหอมระเหยจากผิวมะนาว สรรพคุณที่ความสดชื่น มีกลิ่นหอม มีสารเคมีสำคัญประกอบด้วย สารซิโตรเนลลัล ( Citronellal ) ซิโครเนลลิล อะซีเตต ( Citronellyl Acetate ) ไลโมนีน ( Limonene ) ไลนาลูล ( Linalool ) เทอร์พีนีออล ( Terpeneol ) เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีกรดซิตริค ( Citric Acid ) กรดมาลิก ( Malic Acid ) และกรดแอสคอร์บิก ( Ascorbic Acid ) ช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมกับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลดรอยด่างดำ

สรรพคุณของมะนาว

มะนาว เป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่คนไทยคุ้นเคยกันดี สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สรรพคุณของมะนาว สามารถใช้ได้แทบบทุกส่วนของต้น ทั้ง ใบมะนาว รากมะนาว เปลือกผลมะนาว น้ำมะนาว โดย สรรพคุณของมะนาว มีรายละอียด ดังนี้

  • ใบมะนาว สามารถแก้ไอ ช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำคอ ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการเวียนหัว รักษาไข้ทับระดู ช่วยบำรุงเลือด
  • รากมะนาว สามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำคอ แก้อาการเวียนหัว ช่วยขับปัสสาวะ แก้ไอ รักษาไข้ทับระดู ช่วยบำรุงเลือด
  • เปลือกผลมะนาว สามารถแก้เวียนหัว รักษาหูด ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  • น้ำมะนาว สามารถ แก้ปวดท้อง แก้ท้องร่วง ช่วยขับพยาธิไส้เดือน ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย แก้ท้องผูก ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคนิ่ว รักษาอาการระดูขาว ช่วยรักษาอาการลิ้นเป็นฝ้า ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก ช่วยลดอาการเหงือกบวม ช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง ช่วยขับเสมหะ เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยการเจริญอาหาร รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาเลือดออกตามไรฟัน ช่วยบำรุงโลหิต รักษาโรคโลหิจาง แก้โรคเหน็บชา รักษาอาการร้อนใน ช่วยบำรุงกำลัง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อ รักษาโรคผิวหนัง รักษาโรคกลาก รักษาโรคเกลื้อน รักษาหิด รักษาโรคน้ำกัดเท้า ช่วยรักษาแผล รักษาแผลน้ำร้อนลวก ช่วยบรรเทาอาการคันหนังศีรษะ ช่วยกระตุ้นประสาท
  • น้ำมัันหอมระเหยจากมะนาว ช่วยลดความเครียด ทำให้หลับง่าย ช่วยประตุ้นประสาท ช่วยบรรเทาโรคหอบหืด ทำความสะอาดจมูก

โทษของมะนาว

การใช้ประโยชน์จากมะนาว มีข้อควรระมัดระวังในการใช้ประโยชน์จากมะนาว โทษของมะนาว มีดังนี้

  • น้ำมะนาวมีความเป็นกรด หากสัมผัสเข้ากับผิวหนังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  • สำหรับคนที่มีปัญหาโรคเเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร การรับประทานน้ำมะนาวสดๆ โดยไม่มีการเจือจากให้รสชาติอ่อนลง อาจทำให้เกิดการระคายเครื่องระบบทางเดินอาหารได้ เนื่องจากน้ำมะนาวมีความเป็นกรด
  • กรดจากน้ำมะนาว ทำให้ฟันกัดกร่อนง่าย ไม่ควรอมน้ำมะนาวไว้ในปากนานๆ
  • หากกินเปรี้ยวมากเกิน เป็นอันตรายต่อสุขภาพกระดูกได้

การบังคับมะนาวออกลูกนอกฤดู

ปกติมะนาวจะให้ลูกหน้าฝน แต่มีวิธีการบังคับให้มะนาวออกลูกหน้าร้อน เพื่อให้ได้คือการปลูกมะนาวในบ่อวงซีเมนต์ โดยจะคลุมพลาสติกบ่อที่โคนต้นในฤดูฝน เพื่อไม่ให้มะนาวรับน้ำจากฝน และจะเอาออกเมื่อหมดฤดูฝน จะทำให้มะนาวออกลูกในฤดูร้อนซึ่งมะนาวมีราคาแพงได้ เป็นการหลอกต้นมะนาว ว่ายังไม่ถึงฤดูฝน ทำให้การติดลูกของดอกมะนาวช้าลงนั่นเอง

โรคพาร์กินสัน หรือ สันนิบาตลูกนก เกิดจากความผิดปรกติของสมอง ทำให้ร่างกายมีอาการสั่น ไม่สามารถควบคุม ยังไม่มียารักษาโรคนี้ได้ แนวทางการรักษาใช้การประคับประครองตามอาการของโรค การดูแลผู้ป่วยพาร์กินสันต้องทำอย่างไร

โรคพาร์กินสัน สันนิบาตลูกนก โรคสมอง โรคไม่ติดต่อ

โรคพาร์กินสัน เกิดจากระบบประสาทและสมองเกิดการเสื่อม เป็นโรคทางสมองที่พบมากที่สุดอันดับที่ 2 รองจากโรคอัลไซเมอร์ จากสถิติของจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทั่วโลกมีร้อยละ 1 ของกลุ่มคนที่มีอายุเกิน 65 ปี และสถิติการเกิดโรคพาร์กินสันในประเทศไทยพบผู้ป่วย 425 คนต่อประชากร 100,000 คน โรคพาร์กินสัน สมัยโบราณเรียก โรคสันนิบาตลูกนก ลักษณะของอาการสังเกตุจากอาการสั่นของร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่โด่งดังที่คนทั่วโลกรู้จัก คือ มูฮามัดอาลี นักชกมวยระดับโลก

สาเหตุการเกิดโรคพาร์กินสัน

สำหรับสาเหตุของโรคพาร์กินสันเกิดจากก้านสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายเสื่อมจนไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของก้านสมองเสื่อมว่าเกิดจากอะไร แต่ทางการแพทย์เชื่อว่ามีปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดโรคพาร์กินสันได้ 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ป่วยที่มีญาติหรือพี่น้องคนในครอบครัวมีอาการป่วยโรคพาร์กินสัน จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปรกติ
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การกระทบกระเทือนทางสมอง การรับสารต่างๆเข้าสู่ร่างกายเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการเกิดโรคได้มากขึ้น

อาการผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยจะค่อยๆแสดงอาการของโรคและเห็นอย่างชัดเจนจากลักษณะความผิดปรกติของการควบคุมร่างกาย มีลักษณะ 3 อาการเด่น คือ อาการสั่น อาการเกร็ง และอาการเคลื่อนไหวช้า โดยรายละเอียด ดังนี้

  • อาการสั่น จะสั่นขณะที่อยู่เฉยๆ และหากเคลื่อนไหวอาการสั่นจะลดลงหรือหายไป และ มักเกิดขึ้นที่มือข้างใดข้างหนึ่ง
  • อาการเกร็ง จะมีอาการตึงบริเวรแขน ขาและลำตัว ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก และทำให้ปวดตามกล้ามเนื้อ
  • อาการเคลื่อนไหวช้า เนื่องจากอาการอ่อนแรง ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายช้าลง ไม่ปรกติเหมือนคนทั่วไป

นอกจาก 3 อาการหลักๆ อาการเหล่านี้ยังส่งผลต่ออาการอื่นๆอีก เช่น น้ำลายไหล ร่างกายแข็งเกร็ง เดินลำบาก เดินซอยเท้า เท้าติดเวลาก้าวขา หกล้มง่าย  ความจำระยะสั้นไม่ค่อยดีในระยะต้น ความจำเสื่อมในระยะท้าย เหงื่อออกมาก ท้องอืด ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ การรับรู้กลิ่นและรสไม่ดี มึนศีรษะเวลาลุก รวมถึงอาการทางจิตใจ ผู้ป่วยพาร์กินสันอาจมีอาการโรคซึมเศร้าด้วย

การรักษาโรคพาร์กินสัน

สำหรับการรักษาโรคพาร์กินสันในปัจจุบันยังไม่มีสามารถรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาด หรือ หยุดยั้งอาการของโรคได้ ซึ่งแนวทางการรักษาในปัจจุบันเพียงการประคับประครองอาการของโรค โดยแนวทางการรักษา มีดังนี้

  • การรักษาด้วยยาตามอาการ เช่น ใช้ยาที่ออกฤทธิ์ที่ระบบโดพามีน
  • การรักษาด้วยการกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตนเองได้และมีความสุขทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย ช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหว ท่าเดิน ท่านั่ง การทรงตัว ตลอดจนการออกกายบริหารแก้ไขภาวะอื่นๆ เช่น หลังโกง ไหล่ติด ปวดหลัง ปวดเอว ปวดคอ ปวดขา เป็นต้น
  • การรักษาโดยการผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก ( deep brain stimulation ) รักษาด้วยการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้า เพื่อไปกระตุ้นสมอง ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยที่มีอาการมากขึ้นจนการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองจะลดลง แนวทางการดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน มีดังนี้

  • ต้องมีผู้ที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
  • ป้องกันการลื่นล้ม ดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่ผู้ป่วย
  • ฝึกการก้าวเดินเนื่องจากส่วนมากจะมีปัญหาเรื่องการเดิน อาจจะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
  • การออกกำลังกาย บริหารร่างกายส่วนต่างๆอย่างประจำสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและป้องกันอาการโรคซึมเศร้า
  • ต้องระวังเรื่องท้องผูกเนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้จะไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายเองได้

โรคต่างๆ
ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคเบาหวาน โรค อาการโรคเบาหวาน เบาหวาน
โรคเบาหวาน
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย โรคเด็ก สุขภาพ ลูกหยุดสูง
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
โรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก โรคต่างๆ การรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์
โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม้ติดต่อ การรักษาโรคความดัน
โรคความดันโลหิตสูง
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย โรคมะเร็ง รักษาลูเคีเมีย
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ ฉี่เป็นเลือด
โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกปนะเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพรรักษาหัวใจ
บำรงหัวใจและหลอดเลือด
สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพรลดคอเรสเตอรัล สมุนไพร สมุนไพรลดไขมัน
ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพรสมานแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล
สมุนไพรยาระบาย สมุนไพรรักษาท้องผูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย
สมุไพรขับประจำเดือน สมุนไพรสำหรับสตรี สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรถ่ายพยาธิ สมุนไพรขับพยาธิ สมุุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพรแก้ท้องร่วง สมุไพรต้านแบคทีเรีย สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรท่านชาย สมุนไพรไทย สมุนไพร
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สมุนไพรน่ารู้
เราได้รวบรวมพืช สัตว์ และ แร่ธาตต่างๆ ที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
หอมหัวใหญ่ สมุนไพรในครัว สมุนไพรกลิ่นฉุน สรรพคุณของหอมใหญ่
หอมหัวใหญ่
มังคุด เปลือกมังคุด สมุนไพร พืชเศรษฐกิจ
มังคุด
มะขามป้อม มะขามอินเดีย สมุนไพร พืชพื้นบ้าน
มะขามป้อม
มะระ สมุนไพร พืชสวนครัว สรรพคุณของมะระ
มะระ
ฟักทอง สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง สมุนไพร
ฟักทอง
มะรุม สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สรรพคุณของมะรุม
มะรุม
มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม
มะตูม
มะพร้าว พืชเศรษฐกิจ สรรพคุณของมะพร้าว สมุนไพร
มะพร้าว