น้ำผึ้ง น้ำหวานจากธรรมชาติ สมุนไพรจากผึ้ง ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง ( Honey ) คือ น้ำหวานจากรังผึ้ง ที่ได้จากน้ำหวานของดอกไม้ ซึ่งผึ้งนำมาเก็บสะสมเป็นแหล่งอาหารของผึ้ง น้ำผึ้งเป็นอย่างไร สรรพคุณของน้ำผึ้ง ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง บำรุงเส้นผม รักษาสิว โทษของน้ำผึ้งมีอะไรบ้าง

น้ำผึ้ง สรรพคุณของน้ำผึ้ง ประโยชน์ของน้ำผึ้ง โทษของน้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง ( Honey ) คือ น้ำหวานชนิดหนึ่ง เป็นน้ำหวานจากธรรมชาติ ได้จากแหล่งน้ำหวานตามธรรมชาติ ซึ่งผึ้งนำมาเก็บสะสมไว้ที่รังผึ้ง น้ำผึ้งจะมีกลิ่น รสชาติ และ สี ที่ต่างกันออกไปตามแหล่งของน้ำหวานที่ผึ้งนำมาสะสมไว้  น้ำผึ้งนิยมนำมาใช้เป็นสารให้ความหวานนำมาปรุงรสชาติอาหารต่างๆ

ลักษณะของน้ำผึ้ง คือ เป็นของเหลว เหนียวข้น มีรสหวาน สีเหลือง สามารถติดไฟได้

การเลือกซื้อน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งในปัจจุบัน มีการทำน้ำผึ้งปลอม และ มีการเจือปน จนไม่ใช่น้ำผึ้งบริสุทธ์ วิธีการเลือกซื้อน้ำผึ้ง มีรายละเอียด ดังนี้

  • ให้เขย่าขวด แล้วสังเกตุดูฟองอากาศ น้ำผึ้งแท้จะมีฟองอากาศใหญ่ ลอยตัวเร็ว ไม่เห็นการแยกชั้นของน้ำผึ้ง ส่วนน้ำผึ้งปลอมจะมีฟองอากาศมาก ลอยตัวช้าและมองเห็นการแยกตัวเป็นชั้นอย่างชัดเจน
  • หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษทิชชู น้ำผึ้งแท้จะซึมช้ามาก ส่วนน้ำผึ้งปลอมจะซึมผ่านเร็ว
  • เอาหัวไม้ขีดไฟมาจุ่มน้ำผึ้ง แล้วนำไปจุดไฟ น้ำผึ้งแท้ จะสามารถจุดไฟติด ส่วนน้ำผึ้งปลอมจะจุดไฟไม่ติด
  • การเอาน้ำผึ้งหยดลงในแก้วใส่น้ำเย็น น้ำผึ้งแท้จะรวมเป็นก้อนจมลงก้นแก้วและค่อยละลาย ส่วนน้ำผึ้งปลอม เมื่อหยดลงน้ำแล้วจะกระจายตัวทันที
  • น้ำผึ้งแท้จะไม่ตกผลึกแต่น้ำผึ้งปลอมจะตกผลึก

คุณค่าทางโภชนากการของน้ำผึ้ง 

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของน้ำผึ้ง ขนาด 100 กรัม ให้พลังงานถึง 304 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญต่างๆ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 82.4 กรัม น้ำตาล 82.12 กรัม กากใยอาหาร 0.2 กรัม โปรตีน 0.3 กรัม น้ำ 17.10 กรัม วิตามินบี1 0.038 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.121 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.068 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.024 มิลลิกรัม วิตามินบี9 2 ไมโครกรัม วิตามินซี 0.5 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 6 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.42 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 2 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 4 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 52 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 4 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 0.22 มิลลิกรัม

น้ำผึ้งมีส่วนผสมของน้ำตาลและสารประกอบต่างตามที่กล่าวมาข้างต้น สารอาหารต่างๆเหล่านี้ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และ ลดการเกิดโรคมะเร็ง

สรรพคุณของน้ำผึ้ง

สำหรับน้ำผึ้งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบริโภคให้ความหวานเป็นหลัก และ เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ เช่น มาส์กหน้า สบู่ เจลล้างหน้า สครับ เป็นต้น แต่ประโยชน์ของน้ำผึ้งด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรคมากมาย รายละเอียด ดังนี้

  • ช่วยให้ร่างกายสดชื่น บำรุงกำลัง ให้กระปรี้กระเปร่า เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ฟื้นฟูสภาพร่างกาย
  • ช่วยชะลอวัย มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันการเกิดมะเร็ง
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้ความชุ่มชื่น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติ บำรุงรักษาผิวหน้า
  • ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความจำดี
  • ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวหนัง
  • ช่วยบำรุงเส้นผม ทำให้ผมนุ่มสวยเงางาม
  • ช่วยแก้คออักเสบ บำรุงเส้นเสียง แก้เสียงแหบ ลดอาการเจ็บคอ บรรเทาอาการไอ
  • ช่วยลดสิวอักเสบ รักษาสิวอุดตัน
  • ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ทำให้อาหารบูดช้าลง ช่วยให้เก็บอาหารได้นานขึ้น
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค และ รักษาไข้หวัด
  • ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในวัยเด็ก
  • ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า แก้อ่อนเพลีย ช่วยฟื้นฟูอาการป่วย
  • ช่วยในควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน
  • ช่วยบำรุงเลือด รักษาโรคโลหิตจาง
  • ช่วยรักษาอาการเมาค้าง
  • ช่วยปรับสมดุลร่างกาย ปรับความสมดุลย์ของเลือด ปรับระดับความคัดเลือดให้คงที่
  • ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับสบาย แก้ปัญหานอนไม่หลับ
  • ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ช่วยบำรุงตับ รักษาโรคเกี่ยวกับตับ
  • ช่วยรักษาตาอักเสบจากการติดเชื้อ เช่น กระจกตาอักเสบ เยื่อตาอักเสบ เป็นต้น
  • ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหาร รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  • รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
  • บรรเทาอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
  • แก้ท้องเดิน ช่วยบำรุงลำไส้อักเสบ
  • ช่วยรักษาช่องคลอดอักเสบ
  • ช่วยบรรเทาอาการโรคริดสีดวงทวาร
  • ช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบ
  • ช่วยป้องกันการเป็นตะคริว
  • ช่วยแก้อาการท้องผูก
  • ช่วยรักษาแผล ลดการอักเสบของบาดแผล ช่วยให้แผลหายเร็ว รักษากลากเกลื้อน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและต่อต้านจุลินทรีย์

โทษของน้ำผึ้ง

สำหรับการใช้ประโยชน์ของน้ำผึ้ง มีโทษสำหรับในกรณีที่มีอาการแพ้ หรือ กินมากเกินไปกว่าปริมาณที่เหมาะสม โทษของน้ำผึ้ง มีดังนี้

  • น้ำผึ้งมาความหวานมาก ไม่ควรรับประทานแบบสดๆ โดยไม่ผสมอะไรเลย อาจทำให้น้ำตาลในเส้นเลือดสูงเกินไป
  • สำหรับคนที่แพ้เกสรน้ำผึ้ง ไม่ควรรับประทานน้ำผึ้ง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ ไม่ควรรับประทานน้ำผึ้ง อาจทำให้อาหารไม่ย่อยได้
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรจำกัดการกินน้ำผึ้ง ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

วิธีการเก็บรักษาน้ำผึ้ง

สำหรับการเก็บรักษาน้ำผึ้งให้ได้นานขึ้น ไม่จำเป็นต้องใส่ในตู้เย็น สามารถเก็บที่ปรกติอุณหภูมิห้อง แต่การเก็บน้ำผึ้งห้ามโดนแสงแดด เพราะ จะเกิดปฎิกิริยาทำให้น้ำผึ้งเสียคุณค่าทางอาหารไป น้ำผึ้งไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 2 ปี