มะละกอ พืชคู่สังคมไทย ผลมะละกอ อร่อยรับประทานได้

มะละกอ พืชท้องถิ่น สมุนไพร นิยมรับประทานผลมะละกอเป็นอาหาร สรรพคุณของมะละกอ เช่น ช่วยบำรุงระบบขับถ่าย บำรุงผิวพรรณ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ โทษของมะละกอมีอะไรบ้าง

มะละกอ สมุนไพร ผลไม้ สรรพคุณของมะละกอ

ต้นมะละกอ ภาษาอังกฤษ เรียก papaya ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะละกอ คือ Carica papaya L. สำหรับชื่อเรียกอื่ืนๆของมะละกอ เช่น ก้วยลา แตงต้น มะก้วยเทศ มะเต๊ะ ลอกอ และ บักหุ่ง เป็นต้น ต้นมะละกอ มีถิ่นกำเนิดในลุ่มแม่น้ำอะเมซอล ปัจจุบันมะละกอมีหลายสายพันธ์ เช่น มะละกอแขกดำ มะละกอแขกดำดำเนิน มะละกอแขกหลอด มะละกอปากช่อง มะละกอแขกนวล มะละกอสายน้ำผึ้ง มะละกอจำปาดะ มะละกอโซโล มะละกอฮอลแลนด์ เป็นต้น

ประโยชน์ของมะละกอ

สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยหลักๆนำผลมะละกอมาทำเป็นอาหารรับประทาน รับประทานผลมะละกอดิบ เช่น แกงส้ม ส้มตำ ส่วนผลมะละกอสุกใช้เป็นอาหารยามว่าง รับประทานเป็นผลไม้ รสหวานอร่อย ผลมะละกอช่วยบำรุงร่างกาย มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง นอกจากนั้นผลมะละกอนำมาแปรรูปอาหารในรูปแบบสินค้าอุตสาหกรรม เช่น มะละกอแช่อิ่ม มะละกอแผ่น แยมมะละกอ มะละกอเชื่อม ซอสมะละกอ เยลลี่มะละกอ มะละกอแช่อิ่ม มะละกอสามรส มะละกอดอง มะละกอผง เป็นต้น ยางมะละกอ มีเอนไซม์ชื่อPapain ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยโปรตีนได้ และที่สำคัญ มะละกอนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น ครีมบำรุงผิว สบู่ มาร์กหน้า เป็นต้น

ลักษณะของต้นมะละกอ

ต้นมะละกอ เป็นพืชล้มลุก อายุสั้น สามารถปลูกได้ในดินทุกสภาพดิน ไม่ชอบน้ำขัง สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ด ลักษณะของต้นมะละกอ มีรายละเอียด ดังนี้

  • ลำต้นมะละกอ ลำต้นมะละกอตั้งตรง ลักษณะกลม ความสูงประมาณ 3 เมตร ลำต้นอวบน้ำ ไม่มีแก่นลำต้น ลำต้นมีน้ำยางสีขาว
  • ใบมะละกอ ลักษณะใบเดี่ยว ก้านใบยาว ขอบใบหยัก ฟันเลื่อย ใบมะละกอมีขนอ่อนๆ ผิวใบสากมือ สีเขียว ก้านใบของมะละกอ มีลักษณะกลม บวมน้ำ ออกมาจากข้อของลำต้น
  • ดอกมะละกอ ลักษณะดอกเป็นช่อ สีขาวนวล กลิ่นหอม ออกดอกออกตามซอกใบ
  • ผลมะละกอ ลักษณะเรียวยาว ปลายผลแหลม ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ผลดิบมะละกอเป็นสีเขียว ส่วนผลสุกมะละกอเป็นสีส้มเมล็ดของผลดิบสีขาว เมล็ดของผลสุกมีสีดำ

คุณค่าทางอาหารของมะละกอ

สำหรับการรับประทานมะละกอเป็นอาหาร นิยมรับประทานทั้งผลมะละกอดิบและผลมะละกอสุก นักโภชนาการได้ศุกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลมะละกอดิบ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 43 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 10.82 กรัม น้ำตาล 7.82 กรัม กากใยอาหาร 1.7 กรัม ไขมัน 0.26 กรัม โปรตีน 0.47 กรัม วิตามินเอ 47 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 274 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.023 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.027 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.357 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.191 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.038 มิลลิกรัม วิตามินบี9 38 ไมโครกรัม วิตามินซี 62 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.3 มิลลิกรัม วิตามินเค 2.6 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 20 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.25 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.04 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 182 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 8 มิลลิกรัม ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม และ ไลโคปีน 1,828 ไมโครกรัม

ยางมะละกอ มีเอนไซม์โปรตีน 4 ชนิด คือ papain , chymopapain A และ B และ papaya peptidase A  โดย เอนไซม์ chymopapain เป็นเอนไซม์ที่พบมากที่สุดในยางมะละกอ ทนความร้อนและทนต่อสภาพความเป็นกรดได้ดี ทำให้เนื้อมีความนุ่ม เอนไซม์ในยางมะละกอส่วนมากพบที่ใบก้านและผลดิบ

สรรพคุณของมะละกอ

สำหรับมะละกอนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ได้ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จาก ผลมะละกอ ยางมะระกอ และ รากมะละกอ สรรพคุณของมะละกอ มีดังนี้

  • ผลมะละกอดิบ สรรพคุณบำรุงสายตา ช่วยบำรุงเหงือกและฟัน บำรุงน้ำนม ช่วยขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน ช่วยขับพยาธิ
  • ผลมะละกอสุก สรรพคุณแก้ท้องผูก ช่วยบำรุงระบบขับถ่าย เป็นยาระบาย
  • ยางมะละกอ สรรพคุณช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับถ่ายพยาธิ
  • รากของมะละกอ สรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษานิ่ว

โทษของมะละกอ

สำหรับผู้ที่รับประทานมะละกอสุกติดต่อกันเป็นจำนวนมาก เป็นเวลานาน อาจทำให้สารมีสีพวก carotenoid ไปสะสมในร่างกายมากเกินไป ทำให้ผิวมีสีเหลือง

  • ยางมะละกอ มีสารพาเพน มีความเป็นพิษต่อทารกในครรภ์ อาจทำให้เกิดภาวะพิการแต่กำเนิดได้ สตรีมีครรภ์ไม่ควรระวังการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของยางมะละกอ
  • ผลมะละกอสุกมีความหวาน สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ไม่ควรรับประทานมะละกอสุกมากเกินไป อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  • ยางมะละกอ มีสารพาเพน และ สารลาเท็กซ์ อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ใยบางคน