เงาะ ผลไม้วิเศษ สมุนไพร สรรพคุณและโทษ เป็นอย่างไร

เงาะ ผลไม้เมืองร้อน นิยมรัประทานผลเป็นอาหาร ลักษณะของต้นเงาะเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ สรรพคุณของเงาะ เช่น แก้ท้องร่วง รักษาอาการอักเสบ โทษของเงาะ มีอะไรบ้าง

เงาะ สมุนไพร ผลไม้ สรรพคุณของเงาะ

ต้นเงาะ มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ต่อมามีการนำมาปลูกตามประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เงาะสามารถเจริญเติบดตได้ดีในประเทศเขตร้อน ซึ่งสายพันธุ์เงาะที่นิยมเพาะปลูกมากที่สุด มี 3 สายพันธ์ คือ เงาะโรงเรียน เงาะสีทอง และ เงาะสีชมพู

ต้นเงาะ ภาษาอังกฤษ เรียก Rambutan ชื่อวิทยาศาสตร์ของเงาะ คือ Nephelium lappaceum L. ชื่อเรียกอื่นๆของเงาะ เช่น เงาะป่า พรวน กะเมาะแต มอแต อาเมาะแต เป็นต้น เงาะเป็นพืชเศรษฐกิจ ผลไม้ที่นิยมบริโภคในประเทศ และส่งออก รวมถึงนิยมนำมาแปรรูปในอุตสาหกรรมต่าง เช่น ผลไม้กระป๋อง นำมาทานกับขนมหวานต่างๆ เป็นต้น

สายพันธุ์เงาะ

สำหรับสายพันธ์เงาะที่นิยมปลูกในประเทศไทย มี 3 สายพันธุ์ คือ เงาะโรงเรียน เงาะสีชมพู และ เงาะสีทอง โดยรายละเอียด ดังนี้

  • เงาะสีทอง ลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ ขนสีแดงยาวปลายขนเป็นสีเขียว เนื้อเงาะเป็นสีเหลือง เมล็ดแบนสีขาวปนน้ำตาล มีรสหวานและกลิ่นหอม นิยมปลูกในจังหวัดจันทบุรีและตราด
  • เงาะโรงเรียน ลักษณะเด่น คือ ผลกลมรี ขนยาว เปลือกหนา เปลือกสีแดงเข้ม เนื้อเงาะหนา สีขาวนวล รสหวานจัด ปลูกมากในจังหวัดทางภาคใต้
  • เงาะสีชมพู ลักษณะเด่น คือ ผลสุกเปลือกค่อนข้างหนา ขนเป็นสีชมพู สายพันธ์นี้ปลูกมากในเขตภาคตะวันออก

ลักษณะของต้นเงาะ

ต้นเงาะ เป็นไม้ยืนต้น นิยมรัปบระทานผลเงาะ เป็นอาหาร สามารถขยายพัยธ์โดยการทาบกิ่ง ตอนกิ่ง เพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นเงาะ มีดังนี้

  • ลำต้นเงาะ ลำต้นตั้งตรง ความสูงประมาณ 10 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาอมน้ำตาล แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มหนาทึบ กิ่งเปราะและหักง่าย เนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง ไม้ของต้นเงาะสามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้
  • ใบของเงาะ เป็นใบประกอบ ลักษณะรีรูปไข่ ใบสีเขียว ขึ้นตามกิ่งก้านและปลายกิ่ง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม
  • ดอกของเงาะ ลักษณะเป็นช่อ ดอกออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีเขียวอ่อน และ สีน้ำตาลอมเขียว มีขนสั้นๆปกคลุม
  • ผลเงาะ ลักษณะผลกลมรี เปลือกผลหนา มีขนหนา ภายในผลมีเนื้อผล และ เมล็ดภายในผล ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่จะมีสีแดง เนื้อผลมีรสหวาน เมล็ดเงาะลักษณะแบนรี

คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ

สำหรับการกินเงาะเป็นอาหาร นิยมรับประทานเนื้อของผลเงาะเป็นอาหาร ให้รสหวาน นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลเงาะขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 82 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 20.87 กรัมกากใยอาหาร 0.21 กรัม ไขมัน 0.65 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม วิตามินบี1 0.013 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.022 มิลลิกรัม วิตามินบี3 1.352 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.02 มิลลิกรัม วิตามินบี9 8 ไมโครกรัม วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 22 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.35 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.343 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 42 มิลลิกรัม และ
ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม

เปลือกเงาะ มีสารสำคัญ เป็นสารในกลุ่ม polyphenolic ซึ่งสามารถพบสารชนิดนี้ได้ในเปลือกมังคุดและทับทิม

สรรพคุณของเงาะ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากเงาะ จะใช้ประโชยน์จากผลเงาะ ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สรรพคุณของเงาะ มีดังนี้

  • เนื้อผลเงาะ สรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องร่วง บำรุงกำลัง ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  • เปลือกผลเงาะ นำเปลืองมาต้มน้ำดื่ม สรรพคุณช่วยรักษาท้องร่วง แก้อาการบวม รักษาอาการอักเสบของแผล ช่วยลดอาการอักเสบของแผลในช่องปาก ป้องกันไข้หวัด และ รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

โทษของเงาะ

สำหรับโทษของเงาะนั้น มีข้อควรระวังในการรับประทานเงาะ และ การใช้เงาะในการรักษาโรค ดังนี้

  • สารแทนนิน ( Tannin ) ในเนื้อเงาะ ทำให้ท้องผูก สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกอยู่แล้วไม่ควรรับประทานเงาะ
  • เมล็ดเงาะมีความเป็นพิษ หากกินเมล็ดเงาะอาจทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้สูง