เห็ดเข็มทอง สมุนไพร พืชแสนอร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

เห็ดเข็มทอง สมุนไพรที่มีสรรพคุณมากมาย อุดมไปด้วยสารไคโตซานเห็ด มีเเคลอรี่ต่ำ กากใยอาหารสูง มีโปรตีนช่วยเสริมสร้างส่วนสึกหรอของร่างกาย บำรุงระบบเลือด บำรุงระบบย่อยอาหาร ลดไขมันในเลือด

เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

เห็ดเข็มทองเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศหนาวเย็น ภาษาอังกฤษเรียก Winter mushroom ชื่อวิทยาศาสตร์ของเห็ดเข็มทอง คือ Flammulina velutipes Sing. ในอดีตนิยมรับประทานกันมาหลายร้อยปีในประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และ จีน ต่อมาแพร่หลายในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย

ประโยชน์ของเห็ดเข็มทองช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ฟอกเลือด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย  เเละสรรพคุณที่สาวๆจะต้องชอบ คือ ช่วยลดพุง  ลดความอ้วนได้ เพราะสารไคโทซานเห็ด ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีเพื่อย่อยเส้นใยของเห็ดเข็มทอง เมื่อไคโทซานเห็ดละลายเข้าสู่กระเเสเลือด  มันจะช่วยดักจับไขมันส่วนเกินที่มีอยู่ในเลือด  เเล้วขับออกมาพร้อมอุจจาระ

ลักษณะของเห็ดเข็มทอง

ดอกของเห็ดเข็มทองจะมีลักษณะเป็นกลุ่ม ขึ้นหลายดอกคล้ายช่อ หมวกดอกโค้งนูนลง สีเหลืองออกทอง ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-5 เซนติเมตร ก้านของดอกจะมีสีเหลือง โคนก้านจะมีสีน้ำตาลออกเข้มดำ ก้านยาว 3-12 เซนติเมตร พิมพ์สปอร์ (Spore print) หรือ ละออกสปอร์จะมี สีขาว สปอร์รูปทรงไข่ปลายมนมีสีขาว ขนาด 5-8 คูณ 3-4 ไมโครเมตร ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสีขาว เจริญเติบโตดี ออกดอกง่าย ผลผลิตสูง มีอายุการตลาดอยู่ได้นาน ที่นิยมรับประทานกันในปัจจุบัน

สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง

สำรหรับการใช้ประโยชน์จากเห็ดเข็มทองนอกจากจะนิยมรับประทานเห็ดเข็มทองเป็นอาหารแล้ว การรับประทานเห็ดเข็มทอง สามารถใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายได้ คุณค่าอาหารของเห็ดเข็มทอง ขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 34 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย โปรตีน 2.4 กรัม โซเดียม 3 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 7 กรัม เส้นใย 2.6 กรัม สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง มีดังนี้

  • เห็ดเข็มทองมีสารสำคัญมีฤทธิ์ในการป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง ในอวัยวะต่างๆได้ดี
  • ช่วยบำรุงเลือด เนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง ทำให้เกิดความสมดุลภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบเลือดต่างๆ การสร้างเม็ดเลือดแดง
  • ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยช่วยให้ระบบการทำงานของตับสามารถทำงานได้เป็นปกติดี ลดโอากาสการเกิดโรคตับแข็ง โรคตับโต โรคไขมันพอกตับ
  • บำรุงระบบทางเดินอาหาร ในเห็ดเข็มทองมีไฟเบอร์สูง ดังนั้นเมื่อรับประทานเป็นประจำ จะช่วยป้องกันและรักษาโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
  • บำรุงระบบน้ำย่อย ช่วยขับน้ำดี ทำให้กระเพาะสามารถย่อยอาหารได้ดีขึ้น และไม่เป็นกระเพาะอักเสบ ลดการเกิดอาการท้องอืดท้องเฝ้อได้ดี
  • ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่ายอย่างริดสีดวงทวาร เป็นต้น
  • ช่วยขับสารพิษออกจากลำไส้ ทำให้ลำไส้สะอาด
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคอัมพฤกษ์อัมพาต
  • ช่วยลดความอ้วน เหมาะสำหรับทำอาหารควบคุมน้ำหนัก สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน

ประโยชน์ของเห็ดเข็มทอง

เห็ดเข็มทองนิยมนำมาประกอบอาหาร และ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อมาใช้ประโยชน์มากมาย ดังนี้

  • นำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเมนูต่างๆ เช่น ยำรวมมิตรเห็ดเข็มทอง ต้มยำทะเลเห็ดเข็มทอง ราดหน้าหมี่กรอบเห็ดเข็มทอง สุกี้เห็ดเข็มทอง กุ้งอบวุ้นเส้นเห็ดเข็มทอง แกงจืดเห็ดเข็มทอง โกยซีหมี่เห็ดเข็มทอง เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นอาหารว่าง เช่น เห็ดเข็มทองอบเนย เห็ดเข็มทองทอดกรอบ เห็ดเข็มทองอบกรอบโรยผงปรุงรส เป็นต้น
  • นำมาทำเป็นยาลดความอ้วน บรรจุในรูปแคปซูล

การเพาะเห็ดเข็มทอง 

การเพาะเห็ดเข็มทอง นิยมใช้ใช้ขี้เลี่อย น้ำหนักประมาณ 600 กรัมต่อถุง ใช้เวลาประมาณ 45 วัน จะได้ดอกเห็ดเต็มถุงเพาะ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิที่ 23±3 องศาเซลเซียส สำหรับหัวเชื้อเห็ดเข็มทอง เตรียมโดยการเลี้ยงเส้นใยเจริญบนอาหาร พี ดี เอ ให้เส้นใยมีสีขาวจนเต็มจานแก้วเลี้ยงเชื้อ ประมาณ 10 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส จากนั้นนำเส้นใยมาบ่มให้เจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง ที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อแล้ว ประมาณ 100 กรัม ในเวลาประมาณ 12 วัน ที่อุณหภูมิ 23±3 องศาเซลเซียส แล้วจึงนำเมล็ดข้าวฝ่างไปเพาะเลี้ยงในถุงเพาะต่อไป