โรคถุงลมโป่งพอง เตืิอนภัยคนสูบบุหรี่ การรักษาและการป้องกัน

โรคถุงลมโป่งพอง คนสูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคนี้ ลักษณะอาการโรคนี้ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ไม่มีแรง ไอเรื้อรัง หายใจเป็นเสียงหวีด แนวทางการรักษาโรคนี้ทำอย่างไร และ การป้องกันโรคมีอะไรบ้าง โรคถุงลมโป่งฟอง โรคปอด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไม่ติดต่อ

โรคถุงลมโป่งพอง ( Emphysema ) คือ โรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการอุดกั้นที่ปอดแบบเรื้อรัง โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ เป็นโรคยอดฮิด ติดอันดับโรคที่ทำทีคนเสียชีวิตมากที่สุดสิบอันดับแรก และ เกิดกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง

สาเหตุของการเกิดโรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง ส่วนมากเกิดในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ แต่ในทางการแพทย์ก็ยังไม่ทราบสรุปสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงว่ามาจากการสูบบุหรี่ แต่จากการศึกษาสถิติของผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง ผู้ป่วยที่สูบบุหรึ่มากกว่าผู้ไม่สูบถึง 6 เท่า ซึ่งสามารถสรุปปัจจัยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคถุงลมโป่งพอง มีดังนี้

  • การสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน และ สูบในปริมาณที่มาก
  • การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งพบว่ามาเอนไซม์ Alpha-one antitrypsin ที่ทำหน้าป้องการถูกทำลายเนื้อเยื่อ มีไม่เพียงพอในร่างกาย
  • การได้รับสารพิษทางอากาศ ซึ่งเกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น เหมืองถ่านหิน โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

กลไกการเกิดโรคถุงลมโป่งพอง

เมื่อควันบุหรี่หรือมลภาวะต่างๆเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจทำให้เกิดอาการอักเสบ ทำให้การทำงานของเอนไซม์ Alpha-one antitrypsin ลดลงหรือไม่ทำงาน เมื่อเอนไซม์ป้องการทำลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันไม่ทำงานผนังกั้นถุงลมเล็กๆจึงถูกทำลายถุงลมจึงมีลักษณะรวมกันเป็นถุงลมใหญ่เดียว การแลกเปลี่ยนก๊าซทำได้น้อยลงเนื่องจากจำนวนถุงลมลดลง เกิดการคลั่งของก๊าซ ปริมาณออกซิเจนในปอดลดลง จึงทำให้ผู้ป่วยต้องหายใจเร็วขึ้นมากขึ้นเพื่อให้ได้ออกซิเจนตามที่ร่างกายต้องการ เมื่อร่างกายมีออกซิเจนต่ำจะเหนื่อยง่าย หลอดเลือดบริเวณผนังถุงลมถูกทำลายด้วยทำให้หายใจลำบากมากยิ่งขึ้น

อาการโรคถุงลมโป่งพอง

สำหรับอาการจของโรคถุงลมโป่งพอง จะแสดงอาการอย่างชัดเจนที่ระบบทางเดินหายใจ แต่ก็มีทีี่ผู้ป่วยบางรายไม่แสดงอาการ ซึ่งสำหรับการสังเกตุอาการของโรคถุงลมโป่งพอง สามารถสังเกตุอาการต่างๆ ได้ดังนี้

  • มีอาการไอ และ มีเสมหะ
  • อาการเหนื่อล้า และ ไม่มีแรง มีอาการเหนื่อยแบบเฉียบพลัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เจ็บบริเวณหน้าอก เสียงหายใจดังวี๊ด บางรายอาจพบว่ามีริมฝีปากหรือเล็บเป็นสีคล้ำออกม่วงเทาหรือฟ้าเข้มเนื่องจากขาดออกซิเจน
  • การหายใจเร็วผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูง
  • ตับโต มีอาการท้องมาน แขนขาบวม
  • น้ำหนักตัวลดลง

การวินิจฉัยโรคถุงลมโป่งพอง

แนวทางการวินิจฉัยโรค แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติทางการแพทย์ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ รวมถึงสภาพแวดล้อมของผู้ป่วย จากนั้นจะมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น X-ray ปอด ตรวจสมรรถภาพปอด ( Spirometry ) และ ตรวจหาเอนไซม์ Alpha-one antitrypsin

 การรักษาโรคถุงลมโป่งพอง

แนวทางการรักษาโรคถุงลมโป่งพอง เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แนวทางการรักษาจะเน้นเรื่องการรักษาตามอาการ และ ชะลออาการโรค ปรับพฤติกรรมของผู้ป่วย แนวทางการรักษาโรค มีดังนี้

  • ให้รหยุดการบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูดมลพิษ
  • การรับประทานยารักษาอาการต่างๆ เช่น ยาลดการอักเสบ ยาลดความดันโลหิต ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่ได้รับ
  • ผ่าตัดถุงลมที่โป่งพองออก เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพการหายใจ
  • รับประทานอาหารให้เพียงพอ
  • ในกรณีที่มีอาการรุนแรงต้องผ่าตัดเปลี่ยนปอด

การป้องกันโรคถุงลมโป่งพอง

สำหรับแนวทางการป้องกันโรค ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูดดมมลพิษต่างๆเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ แนวทางการป้องกันโรค มีดังนี้

  • เลิกสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มลพิษต่างๆ หากจำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยป้องกันมลพิษเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์