โรคมะเร็งตับ ปวดท้องชายโครงขวาบน เบื่ออาหาร ต้องรักษาอย่างไร

โรคมะเร็งตับ มีก้อนเนื้อที่ชายโครงด้านขวา ปวดท้อง ท้องบวม ตาเหลือง อ่อนเพลีย อาจเป็นอาการของโรคมะเร็งตับ สาเหตุของโรคเกิดจากอะไร แนวทางการรักษามะเร็งตับทำอะไรได้บ้าง และ การป้องกันการเกิดโรค

โรคมะเร็งตับ มะเร็ง การรักษามะเร็งตับ โรคไม่ติดต่อ

โรคมะเร็งตับ ( liver cancer ) เป็นภาวะการเกิดเนื้อร้ายที่ตับ เป็นโรคที่มีความรุนแรงทำให้เสียชีวิตได้ ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดมะเร็งที่ชัดเจน พบมากในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โรคมะเร็งตับที่พบมากในคนไทย เป็น มะเร็งตับ ที่เรียกว่า เอชซีซี ( HCC , hepatocellular carcinoma ) มักพบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป โรคมะเร็งตับ สามารถแบ่งได้ 2 ชนิด คือ โรคมะเร็งตับที่เกิดจากตัวเนื้อเยื่อตับเอง และ โรคมะเร็งตับที่เกิดจากการแพร่กระจายมาจากมะเร็งที่อวัยวะอื่น โดยทั่วไป

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งตับ

สำหรับมะเร็งตับเกิดจากเซลล์ที่ตับเกิดการกลายพันธุ์ จนส่งผลให้เซลล์ที่ตับเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ เนื้องอก แต่สาเหตุของการเกิดโรคยังไม่สามารถระบุสาเหตุทัี่ชัดเจนได้ แต่สามารถบอกถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับได้ มีดังนี้

  • ภาวะป่วยโรคเกี่ยวกับตับ เช่น โรคตับอักเสบ โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคตับแข็ง โรคไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน เป็นต้น
  • การดื่มสุรา การดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • การสัมผัสสารอะฟลาท็อกซิน ( Aflatoxins ) ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากเชื้อรา
  • การสูบบุหรี่
  • การได้รับสารเคมีอันตรายกลุ่มยากำจัดวัชพืช เช่น สารไวนิล คลอไรด์ ( Vinyl Chloride ) และ สารหนู ( Arsenic )
  • การใช้ยากลุ้มยา อนาโบลิคเสตียรอยด์ ( Anabolic steroids ) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายซึ่งนักกีฬาชอบใช้เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ

อาการโรคมะเร็งตับ

สำหรับโรคมะเร็งตับมักจะไม่แสดงอาการของโรคในระยะแรก ซึ่งมักจะแสดงอาการของโรคเมื่อเกิดความร้ยแรงแล้ว ซึ่งลักษณะอาการของโรคมะเร็งตับ สามารถสังเกตุอาการ ได้ดังนี้

  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เบื่ออาหาร ไม่อยากรับประทานอาหาร และ อิ่มง่ายถึงแม้ว่ารับประทานเพียงเล็กน้อย
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เจ็บท้อง โดยเจ็บท้องส่วนบนด้านขวา และช้องท้องบวม มีก้อนบริเวณชายโครงด้านขวา
  • ผิวพรรณผิดปรกติ ผิวเหลืองซีด คันตามผิวหนัง และ ตาเหลือง
  • อุจจาระผิดปรกติ อุจจาระมีสีซีด
  • มีไข้ และ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย

ระยะของโรคมะเร็งตับ

สำหรับโรคมะเร็งตับ สามารถแบ่งระยะของโรค ได้ 4 ระยะ คือ ระยะที่หนึ่ง ถึง ระยะที่สี่ ซึ่งอาการของโรคจะแรงขึ้นเรื่อยๆตามระยะของโรค รายละเอียด ดังนี้

  • มะเร็งตับระยะแรก จะเกิดก้อนเนื้อขนาดเล็กที่ตับ แต่ไม่แสดงอาการของโรค
  • มะเร็งตับระยะที่สอง ก้อนเนื้อที่ตับมาปริมารมากขึ้น และ มีขนาดใหญ่ขึ้น และ มีการลุกลามมากขึ้น
  • มะเร็งตับระยะที่สาม ลักษณะก้อนเนื้อที่ตับมีขนาดใหญ่มากขึ้น และ ลุกลามไปสู่เนื้อเยื่อของอวัยวะข้างเคียง สามารถแพร่กระจายไปยังระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดได้
  • มะเร็งตับระยะสุดท้าย เซลล์มะเร็งเกิดการแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปทั่วร่างกาย เข้าสู่อวัยะต่างๆที่สำคัญตของร่างกาย ผู้ป่วยจะเจ็บปวดมาก และ เสียชีวิตในที่สุด

การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับ

แนวทางการวินิจฉัยโรค แพทย์จะซักถามประวัติ และ การตรวจช่องท้องด้วยการอัลตราซาวด์ การเอกซเรย์ การเจาะเลือด และ การตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อดูเซลล์ว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่

การรักษาโรคมะเร็งตับ

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งตัย สามารรักษาได้หากสามารถตรวจสอบพบในระยะแรกๆ สามารถรักษาได้โดยการ ผ่าตัด การเปลี่ยนตับ การฉายรังสี การทำเคมีบำบัด และ การให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง แต่การพิจารณาการรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆและความพร้อมในการรักษาของผู้ป่วย

  • การผ่าตัด ( Surgical Resection ) หากพบเซลล์มะเร็งในระยะเริ่ม สามารถผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนที่มีมะเร็งออก การผ่าตัดแบบนี้อาจไม่ปลอดภัย
  • การผ่าตัดเปลี่ยนตับ การเปลี่ยนตับใหม่ต้องได้รับบริจาค และ ตับต้องสามารถเข้ากับร่างกายผู้ป่วยได้ การรักษาวิธีนี้มีความเสี่ยงการต่อต้านตับใหม่ของร่างกายสูง
  • การฉายรังสี ( Radiation Therapy ) เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง และ ทำให้เนื้องอกหดตัวเล็กลง ซึ่งการฉายรังสี อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อตับและอวัยวะรอบข้างตับได้ ร่างกายอาจมีอาการอ่อนล้า คลื่นไส้อาเจียน
  • การทำเคมีบำบัด ( Chemotherapy ) เป็นการรับประทาน หรือ ฉีดยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง การทำเคมีบำบัดนี้ผู้ป่วยจะเกิดผลกระทบต่อร่างกายหลายส่วน เช่น ฟกช้ำง่าย อ่อนเพลีย คลื่นไส้และอาเจียน ผมร่วง ขาบวม เจ็บปาก และ ท้องเสีย
  • การให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง ( Targeted Drug Therapy ) เป็นวิธีการรักษาด้วยยา เพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งตับ โดยเจาะจงที่เซลล์มะเร็งตับ

การป้องกันโรคมะเร็งตับ

สำหรับการป้องกันการเกิดมะเร็งที่ตับไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งสิ่งที่ทำได้ คือ การลดความเสี่ยงทุกอย่างที่ทำให้มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งตับ รายละเอียด ดังนี้

  • รักษาโรคตับให้หายขาด เนื่องจากโรคตับหากเกิดอาการเรื้อรังมีโอกาสทำให้เกิดโรคมะเร็งตับได้
  • เลิกดื่มสุรา
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมัน แป้ง เพิ่ม กากใย ผัก พลไม้ให้มากขึ้น
  • มั่นตรวจสุขภาพร่ากายประจำปี