สมุนไพรน่ารู้

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรไทยที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
บอระเพ็ด สมุนไพร สรรพคุณของบอระเพ็ด
บอระเพ็ด
ถั่งเช่า สมุนไพร สรรพคุณของถั่งเช่า
ถั่งเช่า
หญ้าขัดมอน สมุนไพร สรรพคุณของหญ้าขัด
หญ้าขัดมอน
ขิง สมุนไพร สรรพคุณของขิง
ขิง
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี
Line Id : nongnlove
โรคต่างๆ
ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคพาร์กินสัน สันนิบาตลูกนก โรคสมอง โรคไม่ติดต่อ
โรคพาร์กินสัน
โรคลมชัก โรคลมบ้าหมู โรคสมอง โรคไม่ติดต่อ
โรคลมชัก
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคสมอง สมองติดเชื้อ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคฝีที่สมอง โรคฝีในสมอง โรคติดเชื้อ โรคสมอง
โรคฝีในสมอง

ไข้กาฬหลังแอ่น ไข้สูงอย่างกระทันหัน ตัวแดงเป็นผื่น เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อันตรายหากรักษาไม่ทัน ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ รักษาอย่างไร

ไข้กาฬหลังแอ่น โรคติดต่อ โรคติดเชื้อ

ไข้กาฬ หมายถึง โรคที่มีความรุนแรงที่มีผื่นสีดำขึ้นตามร่างกาย ส่วนคำว่า หลังแอ่น หมายถึง การอาการหลังแข็งเกร็ง มีอาการชัก

โรคไข้กาฬหลังแอ่น ( Meningococcal Meningitis ) ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส ( Neisseria meningitides ) เป็นเชื้อโรคที่สามารถติดต่อกันได้จากการสัมผัสสารคัดหลังของคนที่มีเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นการจาม การไอ ซึ่งโรคไข้กาฬหลังแิอ่นมักพบ 2 ลักษณะ คือ คือ ไข้กาฬหลังแอ่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และ ไข้กาฬหลังแอ่นติดเชื้อในกระแสเลือด

  • ไข้กาฬหลังแอ่นติดเชื้อในกระแสเลือด เกิดจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและแพร่เข้าสู่กระแสโลหิต เมื่อเชื้อโรคเจือปนในเลือดและไหลเวียนไปตามอวัยวะต่างๆของร่างกาย ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและปวด ซึ่งลักษณะอาการค่อนข้างรุนแรง
  • ไข้กาฬหลังแอ่นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นภาวะต่อจากการติดเชื้อในการแสเลือด เมื่อเชื้อโรคไหลเวียนเข้าสู่สมอง ทำให้เยื่อหุ้มสมองเกิดการติดเชื้อ ทำให้สมองอักเสบ ส่งผลถึงกระดูกสันหลังด้วย

ไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย

สถานการณ์โรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทย มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้กาฬหลังแอ่นทุกปี ซึ่งในช่วงปี พ.ศ. 2536 – 2552 มีรายงานผู้ป่วย 15 ถึง 74 รายต่อปี โรคนี้ไม่มีรูปแบบของการเกิดโรคตามฤดูกาลที่ชัดเจน โรคนี้สามารถเกิดได้กับคนทุกกลุ่มอายุ แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กที่อายุตํ่ากว่า 5 ปี มักพบในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นและแออัด สุขอนามัยไม่ดีนัก

สาเหตุของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น เกิดจากร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส ( Neisseria meningitides ) ซึ่งสามารถถ่ายทอดสู่คนอื่นๆได้ จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่เป็นพาหะนำโรคผ่านระบบทางเดินหายใจ จากการไอ การจาม การสัมผัสเสมหะ สัมผัสน้ำมูก สัมผัสน้ำลาย เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่น มีดังนี้

  • การอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่เป็น โรคกาฬหลังแอ่น จะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ เพราะ สูดอากาศ และ เอาเชื้อแบคทีเรียที่มันกระจายอยู่ในละอองเสมหะ หรือ แม้กระทั่งน้ำลายของผู้ป่วย เมื่อจาม ไอ
  • การอยู่ใกล้แหล่งที่มีผู้ป่วย และ อยู่ในสถานที่แออัด ทำให้เชื้อแพร่กระจายง่าย
  • การใช้ของใช้ร่วมกับ ผู้ป่วย หรือ ผู้ที่มีพาหะ เช่น แก้ว ผ้าเช็ดหน้า แปรงสีฟัน

อาการของโรคไข้กาฬหลังแอ่น

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย เมนิงไจทิดิส ( Neisseria meningitides ) เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวของโรคโดยเฉลี่ย 3 – 4 วัน ซึ่งโรคไข้กาฬหลังแอ่น จะมีลักษณะอาการที่สำคัญ อย่าง คือ มีไข้ มีผื่น และ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ 

ลักษณะอาการทั่วไป ผู้ป่วยมักจะมีไข้ประมาณ 2-3 วันและมีผื่นขึ้น ลักษณะเป็นจ้ำเลือดคล้ายกับอาการฟกช้ำ ลักษณะผื่นมีรูปคล้ายดาวกระจาย มักเกิดผื่นบริเวณลำตัวส่วนล่าง ขาและเท้า หากมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง ผู้ป่วยจะค่อยๆซึมลง และไม่ค่อยรู้สึกตัว หากเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบอาจทำให้การเสียชีวิตได้

การรักษาโรคไข้กาฬหลังแอ่น

สำหรับการรักษาโรคไข้กาฬหลังแอ่น เมื่อแพทย์ตรวจเลือดและพบเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค สามารถใช้การรักษาด้วยการใช้ยาปฎิชีวนะ เพื่อไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และรักษาด้วยการประคับประคองตามอาการอื่นๆ เพื่อบรรเทาอาการของผู้ป่วย

การป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น

แนวทางการป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น 2 วิธีหลัก คือ การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคและการฉีดยาต้านจุลชีพ ซึ่งนอกจากนั้นสามารถป้องกันโรคได้อย่างง่ายด้วยตนเอง คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ดูแลความสะอาดของร่างกาย ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่มีโอกาสในการติดเชื้อโรค แนวทางการปฏิบัติตนให้ห่างไกลโรคไข้กาฬหลังแอ่น มีดังนี้

  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับ ผู้อื่น หรือ ผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • เมื่อจำเป็นต้องเข้าใกล้ผู้ป่วยให้สวมหน้ากากอนามัย หรือ ใช้ถุงมือยางเมื่อต้องสัมผัส
  • เมื่อทราบว่าตนเอง หรือ บุตรหลาน เป็นไข้สูง ให้รีบพบแพทย์
  • ดูแที่อยู่อาศัยให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ

แผลริมอ่อน ซิฟิลิสทียม มีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ตกขาวผิดปรกติ ขาหนีบบวมโต สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ

แผลเริมอ่อน ซิฟิลิสเทียม โรคติดเชื้อ โรคติดต่อ

แผลริมอ่อน ทางการแพทย์เรียก Chancroid หรือ Soft chancre หรือ Ulcus molle หรือ Weicher Schanker เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus Ducreyi ลักษณะอาการมีแผลบริเวณอวัยวะเพศ ต่อมาจะพบต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวมโต แต่สามารถรักษาให้หายได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ลักษณะอาการของโรคนี้คล้ายโรคซิฟิลิส แต่จะต่างกันตรงที่แผลเริมอ่อนจะมีอาการเจ็บปวดที่แผล แต่โรคซิฟิลิสจะไม่เจ็บปวดที่แผล โรคนี้เกิดได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิงโรคนี้ บางครั้งเรียกว่า โรคซิฟิลิสเทียม

การวินิจฉัยโรคแผลเริมอ่อนหรือโรคซิฟิลิสเทียมนี้ ต้องตรวจให้แน่ชัด เนื่องจากลักษณะอาการของโรคคล้ายกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายโรค เช่น โรคเริม โรคซิฟิลิส โรคฝีมะม่วง เป็นต้น

สาเหตุการเกิดโรคแผลริมอ่อน 

โรคแผลเริมอ่อนเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลุสดูเครย์ ( Haemophilus ducreyi ) ซึ่งเชื้อโรคที่อยู่ที่หนองซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนังระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ นอกจากการสัมผัสเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์แล้วยังสามารถติดต่อได้โดยการปนเปื้อนหนองไปถูกแผลอื่นๆ เช่น การสัมผัสเนื้อเยื่ออ่อนๆของผู้มีเชื้อโรค การทำออรัลเซ็กซ์โดยมีบาดแผลที่ปาก มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เป็นต้น

อาการของโรคแผลริมอ่อน 

ลักษณะอาการของโรคแผลเริมอ่อน มีระยะฟักตัวของโรคประมาณ 4 ถึง 7 วัน ซึ่งจะเริ่มแสดงอาการที่อวัยวะเพศ เริ่มมีตุ่มนูนและมีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ หลังจากนั้นจะมีแผลเล็กๆ บริเวณแคมเล็กของฝ่ายหญิงหรือบริเวณปลายองคชาตของฝ่ายชาย มีอาการปวดมาก ในเพศหญิงจะมีอาการตกขาวผิดปรกติ คือ ตกขาวมากกว่าปกติ มีกลิ่นแรง กลิ่นเหม็น มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ มีอาการขาหนีบบวมโต ลักษณะขาหนียบวมเหมือนลูกปิงปอง กดแล้วปวดมาก

การตรวจวินิจฉัยโรคแผลริมอ่อน 

สำหรับการวินิจฉัยโรคแผลเริมอ่อน เนื่องจากลักษณะอาการของโรคคล้ายกับหลายโรค เช่น โรคเริม โรคซิฟิลิส แต่ต้องตรวจเลือด และ ตรวจเชื้อแบคทีเรียให้แน่ชัด เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง

ภาวะแทรกซ้อนของแผลริมอ่อน

การไม่รักษาดรคอย่างทันท่วงทีอาจส่งผลต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนของโรค คือ อาจให้เกิดภาวะแผลติดเชื้ออื่นๆซ้ำได้ เนื่องจากรอยแผลและภาวะร่างกายอ่อนแอ ทำให้การรับเชื้ออื่นๆง่ายขึ้น

การรักษาโรคแผลริมอ่อน 

แนวทางการรักษาโรคแผลริมอ่อน สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะและปรับพฤติกรรมการดำรงค์ชีวิตที่สุ่มเสี่ยงการติดเชื้อโรคซ้ำซาก กรณีที่เกิดการอักเสบที่ต่อมน้ำเหลืองที่โคนขาหนีบต้องเจาะหนองออก ต้องรักษาโดยแพทย์เท่านั้น ห้ามทำเอง เพราะ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค

การป้องกันโรคแผลเริมอ่อน

สำหรับการรักษาโรคเป็นการแก้ปัยหาที่ปลายเหตุ การป้องกันโรคเป้นสิ่งที่ดีที่สุด แนวทางการป้องกันการเกิดโรคแผลเริมอ่อน มีดังนี้ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้หรือมีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ
  • ควรสวมถุงยางป้องกันทุกครั้งก่อนการมีเพศสัมพันธ์
  • ไม่สำส่อนทางเพศ
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ
  • ผู้ที่เป็นโรคควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบ หรือในรายที่คาดว่าได้รับเชื้อควรงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 10 วัน และไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร