ทุเรียน เป็น ผลไม้ยอดนิยม ได้รับสมญานามว่า ราชาแห่งผลไม้ ลักษณะของต้นทเรียนเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของทุเรียน สรรพคุณของทุเรียน เช่น ช่วยลดไข้ บำรุงกำลัง รักษาโรคผิวหนัง โทษของทุเรียน มีอะไรบ้าง

ทุเรียน ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณของทุเรียน

ทุเรียน พืชพื้นเมืองของประเทศแถบเส้นศูยน์สูตร เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ บรูไน ผลทุเรียน มีกลิ่นฉุนรสหวาน เปลือกมีหนาม  ชอบดินร่วนซุย มีแสงแดด ต้นทุเรียน ( Durian ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของทุเรียน คือ Durio zibethinus L.

ทุเรียนในประเทศไทย

สำหรับประวัติของทุเรียนในประเทศไทย มีประวัติการเขียนบันทึกของ ซีมง เดอ ลา ลูแบร์ หัวหน้าคณะราชทูตฝรั่งเศสในสมัยนั้น เขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับทุเรียน ว่าเป็น ผลไม้ที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับการปลูกทุเรียน มีการปลูกในภาคกลางตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ไม่พบหลักฐานว่านำมาจากทางภาคใต้ของประเทศไทย

สมัยรัตนโกสินทร์ พระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี หรอ สุ่น สุนทรเวช ได้กล่าวถึงทุเรียน ว่ามีการนำพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมากรุงเทพ ปลูกด้วยการใช้การตอนกิ่ง ทำให้เกิดทุเรียนพันธ์ลูกผสมมากมาย สายพันธุ์ทุเรียนมีมากถึง 227 พันธุ์

สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทย

สำหรับสายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทย มี 6 กลุ่ม สายพันธ์ ประกอบด้วย กลุ่มสายพันธ์กบ กลุ่มสายพันธ์ลวง กลุ่มสายพันธ์ก้านยาว กลุ่มสายพันธ์กำปั่น กลุ่มสายพันธ์ทองย้อย และ กลุ่มสายพันธ์เบ็ดเตล็ด รายละเอียด ดังนี้

  • กลุ่มสายพันธ์กบ จำแนกสายพันธุ์ได้ 46 สายพันธุ์ เช่น ทุเรียนกบตาดำ ทุเรียนกบทองคำ ทุเรียนกบวัดเพลง ทุเรียนกบก้านยาว
  • กลุ่มสายพันธ์ลวง จำแนกสายพันธุ์ได้ 12 พันธุ์ เช่น ทุเรียนลวงทอง ทุเรียนชะนี ทุเรียนสายหยุด ทุเรียนชะนีก้านยาว เป็นต้น
  • กลุ่มสายพันธ์ก้านยาว จำแนกสายพันธุ์ได้ 8 พันธุ์ เช่น ทุเรียนก้านยาว ทุเรียนก้านยาววัดสัก ทุเรียนก้านยาวพวง เป็นต้น
  • กลุ่มสายพันธ์กำปั่น จำแนกสายพันธุ์ได้ 13 พันธุ์ เช่น ทุเรียนกำปั่นเหลือง ทุเรียนกำปั่นแดง ทุเรียนปิ่นทอง ทุเรียนหมอนทอง เป็นต้น
  • กลุ่มสายพันธ์ทองย้อย จำแนกสายพันธุ์ได้ 14 พันธุ์ เช่น ทุเรียนทองย้อยเดิม ทุเรียนทองย้อยฉัตร ทุเรียนทองใหม่ เป็นต้น
  • กลุ่มสายพันธ์เบ็ดเตล็ด เป็นทุเรียนที่ลักษณะสายพันธุ์ไม่แน่ชัด มี 83 พันธุ์ เช่น ทุเรียนกะเทยเนื้อขาว ทุเรียนกะเทยเนื้อแดง ทุเรียนกะเทยเนื้อเหลือง เป็นต้น

ลักษณะของต้นทุเรียน

ต้นทุเรียน เป็นไม้ยืนต้น อายุยืนยาวมากกว่า 10 ปี สามารถขยายพันธ์ได้โดย การเพาะเมล็ดพันธ์ การทาบกิ่ง การตอนกิ่ง เป็นต้น ลักษณะของต้นทุเรียน มีลักษณะดังนี้

  • ลำต้นทุรียน ลักษณะตั้งตรง ความสูงประมาณ 25 เมตร แตกกิ่งก้านมากมาย เปลือกชั้นนอกของทุเรียนเป็นสีเทา ผิวเปลือกขรุขระเป็นสะเก็ด
  • ใบทุเรียน เป็นใบเดี่ยวกระจายอยู่ทั่วตามกิ่งของทุเรียน ปลายใบใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบ ใบมีสีเขียว ท้องใบเป็นสีน้ำตาล
  • ดอกทุเรียน ออกดอกเป็นดอกช่อ ดอกออกี่บนกิ่ง กลีบดอกมีสีขาว กลิ่นหอม คล้ายรูประฆัง
  • ผลทุเรียน ลักษณะกลมรี เปลือกผลเป็นหนามแหลม เปลือกผลทุเรียนสดมีสีเขียว และผลสุกมีสีน้ำตาลอ่อน ภายในผลมีเนื้อทุเรียน สีเหลืองอ่อน เนื้อในนิ่ม รสหวาน
  • เมล็ดทุเรียน ลักษณะกลมรี สีน้ำตาล มีผิวเรียบ อยู่ภายในผลทุเรียน

คุณค่าทางโภชนาการของทุเรียน

สำหรับการนำทุเรียน มารับประทานใช้รับประทานผลสุก นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลสุกทุเรียนขนาด 100 กรัม พบว่า

คุณค่าทางโภชนาการของทุเรียนขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 147  กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 27.09 กรัม การใยอาหาร 3.8 กรัม ไขมัน 5.33 กรัม โปรตีน 1.47 กรัม วิตามินเอ บีตาแคโรทีน วิตามินบี1 0.16 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.23 มิลลิกรัม วิตามินบี3 2.5 มิลลิกรัม วิตามินซี 19.7 มิลลิกรัม แคลเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.1 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 34 มิลลิกรัม และ โพแทสเซียม 436 มิลลิกรัม

สรรพคุณของทุเรียน

การใช้ประโยชน์จากทุเรียนด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก เนื้อทุเรียน รากทุเรียน ใบทุเรียน และ เปลือกทุเรียน รายละเอียด สรรพคุณของทุเรียน มีดังนี้

  • รากทุเรียน สรรพคุณใช้ลดไข้ และ แก้ท้องร่วง
  • ใบทุเรียน สรรพคุณใช้ลดไข้ ช่วยขับพยาธิ ช่วยแก้ดีซ่าน ช่วยรักษาแผลหนอง
  • เปลือกทุเรียน สรรพคุณใช้รักษาตานซาง รักษาโรคคางทูม ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย รักษาฝี รักษาแผลพุพอง ช่วยสมานแผล ใช้ไล่ยุงและแมลง
  • เนื้อทุเรียน สรรพคุณช่วยรักษาฝี รักษาโรคผิวหนัง ช่วยขับพยาธิ

โทษของทุเรียน

สำหรับการกินทุเรียน ถึงแม้ว่ากลิ่นจะหอม รสจะหวาน แต่หากรับประทานในปริมาณที่ไม่เหมาะสม สามารถทำให้เกิดโทษได้ ข้อควรรู้ในการกินทุเรียน มีดังนี้

  • เนื้อทุเรียน ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีแคลอรี่สูง โดยทุเรียน 4 เม็ด ให้พลังงานมากถึง 400 กิโลแคลอรี่ เท่ากับการดื่มน้ำอัดลมถึง 2 กระป๋อง
  • เนื้อทุเรียน ทีน้ำตาลในปริมาณมาก สำหรับผู้ป่วยที่ควรระวังในการกินทุเรียน คือ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และ โรคไขมันในเส้นสูง
  • การกินทุเรียน ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้น ไม่ควรกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มผลมแอลกอฮอล์ เป็นอันตราย ทำให้ร่างกายร้อนเกินไป ทำให้เสียชีวิตได้
  • สตรีมีครรภ์ไม่ควรกินทุเรียน เพราะ ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้น เป็นอันตราต่อลูกในท้อง

น้ำตาล ( Sugar ) คือ สารที่ให้ความหวาน ซึ่งได้จากการสกัดจากธรรมชาติ เช่น ต้นตาล ต้นอ้อย มะพร้าว ประโยชน์ของน้ำตาล สรรพคุณของน้ำตาล ช่วยบำรุงกำลัง และ ให้พลังงานต่อร่างกาย โทษของน้ำตาล มีอะไรบ้าง

น้ำตาล สมุนไพร บำรุงกำลัง ประโยชน์ของน้ำตาล

ประเภทของน้ำตาล

น้ำตาล เป็นสารให้ความหวาน ซึ่งน้ำตาลได้จากการสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งมีหลายประเภท โดยประเภทของน้ำตาล มีดังนี้

  • น้ำตาลทรายดิบ ( Raw Sugar ) จะมีสีน้ำตาลเข้ม มีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ ยังไม่สะอาด เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลทรายขาว
  • น้ำตาลทรายดิบคุณภาพสูง ( High Pol Sugar ) คือ น้ำตาลที่สามารถนำไปบริโภคได้โดยตรง สีของน้ำตาลเป็นสีเหลืองแกมน้ำตาล ซึ่งผ่านกระบวนการทำให้น้ำตาลบริสุทธิ์บางส่วน น้ำตาลชนิดมีราคาถูกกว่าน้ำตาลทรายขาว
  • น้ำตาลทรายขาว ( White Sugar ) คือ น้ำตาลลักษณะเป็นเม็ดละเอียดเหมือนทราบสีขาว เป็นน้ำตาลที่ผ่านการสกัดเอาสิ่งเจือปนออก เป็นน้ำตาลที่นิยมใช้บริโภค
  • น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ( Refined Sugar ) คือ มีลักษณะเป็นเม็ดสีขาวใส เป็นน้ำตาลที่ผ่านกระบวนการผลิตทำให้น้ำตาลบริสุทธิ์ นิยมใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำตาล เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง เป็นต้น
  • น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พิเศษ ( Super Refined Sugar ) คือ น้ำตาลที่สกัดพิเศษมีความบริสุทธิ์สูง ใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้น้ำตาลที่มีความบริสุทธิ์มาก ๆ
  • น้ำตาลปี๊บ ( Paste Sugar ) คือ น้ำตาลที่เคี่ยวจนเข้มข้น แล้วนำไมาทำให้น้ำตาลแข็งตัวโดยใช้ลมเย็น
  • น้ำตาลทรายแดง ( Brown Sugar ) คือ น้ำตาลทรายที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี
  • น้ำเชื่อม ( Liquid Sugar ) คือ น้ำตาลผสมน้ำ เป็นของเหลวที่มีความหวาน นิยมนำมาใช้เพื่อความสะดวกในกระบวนการผลิตต่าง ๆ เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
  • น้ำตาลแร่ธรรมชาติ ( Mineral Sugar ) คือ น้ำตาลที่ผสมคาราเมล ซึ่งได้มาจากการเคี่ยวน้ำตาลกับเอโมลาส
  • กากน้ำตาล ( Molasses ) คือ น้ำตาลที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล นิยมนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สุรา ผงชูรส น้ำส้มสายชู เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำตาล

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของน้ำตาลทรายขาว และ น้ำตาลทรายแดง โดยพบว่ามีสารอาหารต่างๆ มากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยรายละเอียด ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำตาลทรายขาว ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 387 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 99.98 กรัม น้ำตาล 99.80 กรัม น้ำ 0.02 กรัม วิตามินบี2 0.019 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 1 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.05 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 2 มิลลิกรัม โซเดียม 1 มิลลิกรัม และ สังกะสี 0.01 มิลลิกรัม

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำตาลทรายแดง ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 380 กิโลแคลอรี่ พบว่าให้สารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน 0.12 กรัม คาร์โบไฮเดรต 98.09 กรัม น้ำตาล 97.02 กรัม น้ำ 1.34 กรัม วิตามินบี3 0.110 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.041 มิลลิกรัม วิตามินบี9 1 ไมโครกรัม แคลเซียม 83 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.71 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 4 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 133 มิลลิกรัม โซเดียม 28 มิลลิกรัม และ สังกะสี 0.03 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของน้ำตาล

การใช้ประโยชน์จากน้ำตาล นั้น ส่วนมาก ใช้เป็นสารในการปรุงแต่งรสชาติของอาหาร ให้ความหวาน โดยประโยชน์ของน้ำตาล มีมากกว่าการนำมาปรุงรสชาติ แต่มักเป็นประโยชน์ด้านอาหาร สรุปประโยชน์ของน้ำตาล มีดังนี้

  • น้ำตาลให้ความหวาน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่น มีกำลัง
  • การทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ต้องการพลังงานที่มาจากน้ำตาล กลูโคส ( glucose ) คือ แหล่งอาหารที่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ
  • น้ำตาลช่วยในการถนอมอาหาร และ ใช้หมักอาหารได้

สรรพคุณของน้ำตาล

สำหรับสรรพคุณของน้ำตาล ในด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกายนั้น ประกอบด้วย

  • น้ำตาลมีรสหวาน สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง
  • ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี
  • น้ำตาลช่วยดับร้อน ถอนพิษ แก้อาการอักเสบ
  • ช่วยรักษาปากเป็นแผล
  • น้ำตาลช่วยแก้เจ็บคอ รักษาอาการไอมีเสมหะ
  • น้ำเชื่อมสามารถใช้เป็นยารักษาบาดแผลเน่าเปื่อยได้ ทำให้เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • น้ำตาลช่วยแก้ปวด
  • สำหรับสตรีมีอาการปวดประจำเดือน ปวดท้องน้อย ประจำเดือนมีลิ่มเลือด ดื่มน้ำผสมกับน้ำตาลทรายแดงอุ่นๆ จะทำให้สบายตัวมากขึ้น

โทษของน้ำตาล

สำหรับการกินน้ำตาล ต้องกินในปริมาณที่เหมาะสม หากกินน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย โดยโทษของ

  • ความหวานของน้ำตาล หากเกิดการสะสมในร่างกายมากเกินไป จะทำให้น้ำตาลสะสมในเลือด ส่งผลต่อโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ระบบการย่อยอาหารไม่ดี มีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไป ทำให้ฟันผุ ฯลฯ[1]
  • น้ำตาลเมื่อเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป ทำให้ตับอ่อนทำหน้าที่ผลิตอินซูลิน เสื่อมสมรรถภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • การกินน้ำตาลมากเกินไป จะเป็นตัวเร่งการขับแร่ธาตุโครเมียมออกจากร่างกาย ผ่านทางไต ซึ่งแร่โครเมียม เป็นแร่ธาตุเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอินซูลิน สารที่ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • น้ำตาลที่สะสมในร่างกาย จะถูกเก็บไว้ที่ที่ตับ หากมีปริมาณมากเกินไปตับจะส่งไปยังกระแสเลือด และ เป็นกรดไขมัน เพื่อนำไปสะสมในร่างกาย ส่วนที่เคลื่อนไหวน้อย เช่น สะโพก ก้น หน้าท้อง ขาอ่อน เป็นต้น
  • น้ำตาลทำให้เลือดมีสภาพเป็นกรดมากเกินไป ทำให้ร่างกายไม่สมดุล
  • การกินน้ำตาลมากเกินไป เร่งให้เกิดอาการปวดศีรษะเรื้อรัง โรคไมเกรน สิว ผื่น ตกกระ ตะคริวในช่วงมีรอบเดือน แผลพุพอง แผลริดสีดวงทวาร มะเร็งตับ เบาหวาน โรคหัวใจ วัณโรค
  • น้ำตาลที่สะสมในช่องปาก เป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ทำให้เกิดฟันผุ
  • การกินน้ำตาลมากเกินไป ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ทำให้รู้สึกง่วงนอน
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ เรารวบรวมสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เช่น บำรุงเลือด บำรุงทางเดินหายใจ บำรุงทางเดินอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพรรักษาหัวใจ
บำรงหัวใจและหลอดเลือด
สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพรลดคอเรสเตอรัล สมุนไพร สมุนไพรลดไขมัน
ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพรสมานแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล
สมุนไพรยาระบาย สมุนไพรรักษาท้องผูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย และ แก้ท้องผูก
สมุไพรขับประจำเดือน สมุนไพรสำหรับสตรี สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรถ่ายพยาธิ สมุนไพรขับพยาธิ สมุุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพรแก้ท้องร่วง สมุไพรต้านแบคทีเรีย สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรท่านชาย สมุนไพรไทย สมุนไพร
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สมุนไพรน่ารู้ พืชสมุนไพร เพื่อใช้ดูแลสุขภาพ เน้นพึ่งตนเองในเบื้องต้น ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติ สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้
หอมหัวใหญ่ สมุนไพรในครัว สมุนไพรกลิ่นฉุน สรรพคุณของหอมใหญ่
หอมหัวใหญ่
มังคุด เปลือกมังคุด สมุนไพร พืชเศรษฐกิจ
มังคุด
มะขามป้อม มะขามอินเดีย สมุนไพร พืชพื้นบ้าน
มะขามป้อม
มะระ สมุนไพร พืชสวนครัว สรรพคุณของมะระ
มะระ
ฟักทอง สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง สมุนไพร
ฟักทอง
มะรุม สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สรรพคุณของมะรุม
มะรุม
มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม
มะตูม
อบเชย สมุนไพรเครื่องเทศ สมุนไพรกลิ่นหอม สมุนไพร
อบเชย

โรคต่างๆ ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคเบาหวาน โรค อาการโรคเบาหวาน เบาหวาน
โรคเบาหวาน
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย โรคเด็ก สุขภาพ ลูกหยุดสูง
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย โรคมะเร็ง รักษาลูเคีเมีย
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ ฉี่เป็นเลือด
โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
โรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก โรคต่างๆ การรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์
โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม้ติดต่อ การรักษาโรคความดัน
โรคความดันโลหิตสูง