เงาะ ผลไม้แสนอร่อย มีสรรพคุณทางยา สรรพคุณของเงาะ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการรติดเชื้อ ช่วยขับถ่าย ลดอาการอักเสบ เงาะมีรสหวาน แหล่งปลูกสำคัญอยู่ภาคใต้และภาคคตะวันออก

เงาะ ผลไม้ สมุนไพร

เงาะ ภาษาอังกฤษ เรียก Rambutan ชื่อวิทยาศาสตร์ของเงาะ คือ Nephelium lappaceum L. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของเงาะ เช่น เงาะป่า พรวน กะเมาะแต มอแต อาเมาะแต ต้นเงาะ มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย จากนั้นนำเข้ามาปลูกในไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2469 โดยสายพันธุ์ที่นิยมเพาะปลูกมากที่สุด คือ เงาะพันธุ์โรงเรียน เงาะพันธุ์สีทอง และ เงาะพันธุ์สีชมพู เป็นต้น

ประโยชน์ของเงาะ สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เงาะกระป๋อง เงาะกวน แยมเงาะ เงาะอบแห้ง นอกจากนั้นแล้วในเงาะมีสารแทนนิน ซึ่งนำมาใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ย้อมสีผ้า บำบัดน้ำเสีย ทำปุ๋ย และกาว ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ป้องกันแมลง เงาะสามารถใช้เป็นยายับยั้งเอนไซน์ในกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น ประโยชน์สำหรับการลดน้ำหนัก

ประวัติเงาะโรงเรียน

เงาะโรงเรียน เป็น เงาะ ที่ดีที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะ มีรสหวาน เปลือกบาง จึงเป็นที่ชื่นชอบ โดยถือกำเนิดในปี พ.ศ. 2469 ชาวจีนสัญชาติมาเลเซีย ชื่อ นายเค หว่อง นำเมล็ดพันธุ์ เงาะ จากปีนัง มาปลูกในที่ดิน 18 ไร่ จำนวน 4 ต้น พบว่า สองต้น มีรสหวาน เปลือกบาง ต่อมาได้ขายที่ดินให้ กระทรวงศึกษาธิการ และ ได้ตั้ง โรงเรียนนาสาร ในปัจจุบัน ในขณะนั้น นายคำแหง วิชัยดิษฐ์ ได้ย้ายมา ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนนาสาร และพิจารณาแล้วว่า เงาะต้นนี้เป็นเงาะพันธุ์ดี ควรให้มีการขยายพันธุ์อย่างแพร่หลาย จึงอนุญาตให้คนทั่วไปตอนกิ่งแพร่พันธุ์ได้ จนเป็นที่มาของพันธุ์เงาะโรงเรียนจนถึงทุกวันนี้

สายพันธุ์เงาะ

สำหรับสายพันธ์เงาะที่นิยมปลูกในประเทศไทย มี 3 สายพันธุ์ คือ เงาะโรงเรียน เงาะสีชมพู และ เงาะสีทอง โดยรายละเอียด ดังนี้

  • เงาะสีทอง ลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ ขนสีแดงยาวปลายขนเป็นสีเขียว เนื้อเงาะเป็นสีเหลือง เมล็ดแบนสีขาวปนน้ำตาล มีรสหวานและกลิ่นหอม นิยมปลูกในจังหวัดจันทบุรีและตราด
  • เงาะสีชมพู ลักษณะเด่น คือ ผลสุกเปลือกค่อนข้างหนา ขนเป็นสีชมพู สายพันธ์นี้ปลูกมากในเขตภาคตะวันออก
  • เงาะโรงเรียน ลักษณะเด่น คือ ผลกลมรี ขนยาว เปลือกหนา เปลือกสีแดงเข้ม เนื้อเงาะหนา สีขาวนวล รสหวานจัด ปลูกมากในจังหวัดทางภาคใต้

ลักษณะของต้นเงาะ

ต้นเงาะ เป็นไม้ยืนต้น นิยมรัปบระทานผลเงาะ เป็นอาหาร สามารถขยายพัยธ์โดยการทาบกิ่ง ตอนกิ่ง เพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นเงาะ มีดังนี้

  • ลำต้นเงาะ ลำต้นตั้งตรง ความสูงประมาณ 10 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาอมน้ำตาล แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มหนาทึบ กิ่งเปราะและหักง่าย เนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง ไม้ของต้นเงาะสามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้
  • ใบของเงาะ เป็นใบประกอบ ลักษณะรีรูปไข่ ใบสีเขียว ขึ้นตามกิ่งก้านและปลายกิ่ง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม
  • ดอกของเงาะ ลักษณะเป็นช่อ ดอกออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีเขียวอ่อน และ สีน้ำตาลอมเขียว มีขนสั้นๆปกคลุม
  • ผลเงาะ ลักษณะผลกลมรี เปลือกผลหนา มีขนหนา ภายในผลมีเนื้อผล และ เมล็ดภายในผล ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่จะมีสีแดง เนื้อผลมีรสหวาน เมล็ดเงาะลักษณะแบนรี

คุณค่าทางอาหารของเงาะ

การบริโภคเงาะ 100 กรัม จะได้พลังงาน 82 กิโลแคลอรี โดยมาจาก คาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ ไขมัน โปรตีน วิตามินต่างๆ ได้แก่ วิตามินบี 1 2 3 6 และ 9 วิตามินซี ธาตุอาหารต่างๆ เช่น Fe Ca Mg Mn P K Zn

การปลูกเงาะ 

เงาะ ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 25 – 30° C ความชื้นสัมพัทธ์ คือ 75 – 85 % ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน คือ ประมาณ 5.5 – 6.5 และ แหล่งปลูก ต้องที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี เงาะ เป็น ไม้ผล ที่มีระบบรากหาอาหารลึกประมาณ 60 – 90 เซนติเมตรจากผิวดิน ควรใช้ต้นกล้าที่มีระบบรากดี ไม่ขดงอในถุง การปลูก ควรใช้ประมาณ 25 – 40 ต้นต่อไร ระยะปลูก ทั่วไป 6 – 8 X 6 – 8 เมตร หรือ ระยะปลูกชิด 6 X 6 เมตร

สรรพคุณของเงาะ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากเลาะด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จากผล เปลือกของผล โดยสรรพคุณของเงาะ มีดังนี้

  • สรรพคุณบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่รับประทานเงาะ จะพบว่ามีผิวพรรณดี ดูสดใส อ่อนกว่าวัย เปล่งปลั่ง
  • เมื่อพบอาการร้อนใน มีแผลในปาก การรับประทานเงาะ สามารถช่วยลดอการอักเสบได้
  • เมื่อเกิดอาการท้องร่วง การรับประทานเงาะ ช่วยบรรเทาอาการอ่อนพลีย จากการสูญเสียน้ำของร่างกายได้ดี
  • รักษาโรคบิด ลดเชื้อที่ทำให้ท้องร่วง อาการปวดท้อง โดยรับประทานเงาะ จะมีอาการดีขึ้น
  • เมื่อเกิดอาการอักเสบ จากการติดเชื้อต่างๆ การรับประทานเงาะ ช่วยบรรเทาอาการได้ดี
  • เงาะมีฤทธิ์เป็นยา สมุนไพร ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย
  • เปลือกผลของเงาะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย ชะลอการแก่ของร่างกาย

โทษของเงาะ

สำหรับโทษของเงาะนั้น มีข้อควรระวังในการรับประทานเงาะ และ การใช้เงาะในการรักษาโรค ดังนี้

  • สารแทนนิน ( Tannin ) ในเนื้อเงาะ ทำให้ท้องผูก สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกอยู่แล้วไม่ควรรับประทานเงาะ
  • เมล็ดเงาะมีความเป็นพิษ หากกินเมล็ดเงาะอาจทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้สูง
  • ไม่ควรรับประทาน เงาะ มากเกินไป เพราะ จะทำให้ท้องอืด ท้องเฝ้อ จากผลของสารแทนนิน ที่ยับยั้ง เอนไซน์ในการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร
  • นอกจากนั้น ยังมีน้ำตาลในเงาะมาก หากรับประทานมากไป อาจจะเสี่ยงทำให้อ้วน และ เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป
  • ในเมล็ดเงาะมีพิษ ห้ามรับประทานเพราะอาจจะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ได้ ถึงแม้จะนำไปคั่วจนสึกแล้วก็ตามก็ยังเสี่ยงควรหลีกเลี่ยง

เงาะ ผลไม้เมืองร้อน นิยมรัประทานผลเป็นอาหาร ต้นเงาะเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ สรรพคุณของเงาะ เช่น แก้ท้องร่วง รักษาอาการอักเสบ โทษของเงาะ มีอะไรบ้างเงาะ ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณของเงาะ

ต้นเงาะ มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ต่อมามีการนำมาปลูกตามประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เงาะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศเขตร้อน ซึ่งสายพันธุ์เงาะที่นิยมเพาะปลูกมากที่สุด มี 3 สายพันธ์ คือ เงาะโรงเรียน เงาะสีทอง และ เงาะสีชมพู

ต้นเงาะ ภาษาอังกฤษ เรียก Rambutan ชื่อวิทยาศาสตร์ของเงาะ คือ Nephelium lappaceum L. ชื่อเรียกอื่นๆของเงาะ เช่น เงาะป่า พรวน กะเมาะแต มอแต อาเมาะแต เป็นต้น เงาะ เป็นพืชเศรษฐกิจ ผลไม้ที่นิยมบริโภคในประเทศ และส่งออก รวมถึงนิยมนำมาแปรรูปในอุตสาหกรรมต่าง เช่น ผลไม้กระป๋อง นำมาทานกับขนมหวานต่างๆ เป็นต้น

สายพันธุ์เงาะ

สำหรับสายพันธ์เงาะที่นิยมปลูกในประเทศไทย มี 3 สายพันธุ์ คือ เงาะโรงเรียน เงาะสีชมพู และ เงาะสีทอง โดยรายละเอียด ดังนี้

  • เงาะสีทอง ลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ ขนสีแดงยาวปลายขนเป็นสีเขียว เนื้อเงาะเป็นสีเหลือง เมล็ดแบนสีขาวปนน้ำตาล มีรสหวานและกลิ่นหอม นิยมปลูกในจังหวัดจันทบุรีและตราด
  • เงาะโรงเรียน ลักษณะเด่น คือ ผลกลมรี ขนยาว เปลือกหนา เปลือกสีแดงเข้ม เนื้อเงาะหนา สีขาวนวล รสหวานจัด ปลูกมากในจังหวัดทางภาคใต้
  • เงาะสีชมพู ลักษณะเด่น คือ ผลสุกเปลือกค่อนข้างหนา ขนเป็นสีชมพู สายพันธ์นี้ปลูกมากในเขตภาคตะวันออก

ลักษณะของต้นเงาะ

ต้นเงาะ เป็นไม้ยืนต้น นิยมรัปบระทานผลเงาะ เป็นอาหาร สามารถขยายพัยธ์โดยการทาบกิ่ง ตอนกิ่ง เพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นเงาะ มีดังนี้

  • ลำต้นเงาะ ลำต้นตั้งตรง ความสูงประมาณ 10 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาอมน้ำตาล แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มหนาทึบ กิ่งเปราะและหักง่าย เนื้อไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง ไม้ของต้นเงาะสามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้
  • ใบของเงาะ เป็นใบประกอบ ลักษณะรีรูปไข่ ใบสีเขียว ขึ้นตามกิ่งก้านและปลายกิ่ง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม
  • ดอกของเงาะ ลักษณะเป็นช่อ ดอกออกตามปลายกิ่ง กลีบดอกเป็นสีเขียวอ่อน และ สีน้ำตาลอมเขียว มีขนสั้นๆปกคลุม
  • ผลเงาะ ลักษณะผลกลมรี เปลือกผลหนา มีขนหนา ภายในผลมีเนื้อผล และ เมล็ดภายในผล ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่จะมีสีแดง เนื้อผลมีรสหวาน เมล็ดเงาะลักษณะแบนรี

คุณค่าทางโภชนาการของเงาะ

สำหรับการกินเงาะเป็นอาหาร นิยมรับประทานเนื้อของผลเงาะเป็นอาหาร ให้รสหวาน นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลเงาะขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 82 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 20.87 กรัมกากใยอาหาร 0.21 กรัม ไขมัน 0.65 กรัม โปรตีน 2.5 กรัม วิตามินบี1 0.013 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.022 มิลลิกรัม วิตามินบี3 1.352 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.02 มิลลิกรัม วิตามินบี9 8 ไมโครกรัม วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 22 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.35 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.343 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 9 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 42 มิลลิกรัม และ
ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม

เปลือกเงาะ มีสารสำคัญ เป็นสารในกลุ่ม polyphenolic ซึ่งสามารถพบสารชนิดนี้ได้ในเปลือกมังคุดและทับทิม

สรรพคุณของเงาะ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากเงาะ จะใช้ประโชยน์จากผลเงาะ ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สรรพคุณของเงาะ มีดังนี้

  • เนื้อผลเงาะ สรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องร่วง บำรุงกำลัง ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
  • เปลือกผลเงาะ นำเปลืองมาต้มน้ำดื่ม สรรพคุณช่วยรักษาท้องร่วง แก้อาการบวม รักษาอาการอักเสบของแผล ช่วยลดอาการอักเสบของแผลในช่องปาก ป้องกันไข้หวัด และ รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

โทษของเงาะ

สำหรับโทษของเงาะนั้น มีข้อควรระวังในการรับประทานเงาะ และ การใช้เงาะในการรักษาโรค ดังนี้

  • สารแทนนิน ( Tannin ) ในเนื้อเงาะ ทำให้ท้องผูก สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกอยู่แล้วไม่ควรรับประทานเงาะ
  • เมล็ดเงาะมีความเป็นพิษ หากกินเมล็ดเงาะอาจทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้สูง
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกประเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร รักษากระเพาะ บำรุงทางเดินอาหาร
สมุนไพรสำหรับความงาม สมุนไพรเพิ่ความงาม
เพื่อความสวยงาม
สมุนไพรแก้ปวด สมุนไพรแก้อักเสบ สมุนไพรไทย
แก้ปวด และ แก้อักเสบ
สมุนไพรล้างพิษ สมุนไพรช่วยขับสารพิษในร่างกาย
ช่วยขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรแก้นอนไม่หลับ สมุนไพรช่วยผ่อนคลาย
แก้นอนไม่หลับ และ ช่วยผ่อนคลาย
สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทย สมุนไพรปรับความดัน
ลดความดัน
สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ รักษาแผล
บำรุงผิว และ รักษาโรคผิวหนัง
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
ลิ้นงูเห่า สมุนไพร หญ้าลิ้นงูเห่า
ลิ้นงูเห่า
พริก สมุนไพร สรรพคุณของพริก สมุนไพรไทย
พริก
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร