ภาวะติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ อาการมีไข้ ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจไม่สะดวก ไม่มียารักษาแต่สามารถหายเองได้ภายใน 2 วัน หากพักผ่อนให้เพียงพอ โรคหวัดป้องกันอย่างไร

โรคหวัด ติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจ โรคติดต่อ

โรคหวัด ในปัจจุบันเป็นโรคที่คนรู้จักโดยทั่วไปพบได้บ่อยในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เชื้อโรคที่ทำให้เกิดหวัดมีสายพันธุ์มากกว่า 100 ชนิด และเมื่อหายจากอาการไข้หวัดแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดนั้นๆเอง ผู้ป่วยไข้หวัดมักป่วยจากการติดเชื้อเชื้อไวรัสหวัดชนิดใหม่ๆ จนบางครั้งเราอาจเกิดไข้หวัดหลายครั้งในหนึ่งปี

โรคหวัด ทางการแพทย์เรียก common cold คือ ภาวะการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น จมูก คอ ไซนัส และ กล่องเสียง ซึงเมื่อเกิดอาการติดเชื้อจะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปรกติ เช่น ตัวร้อน ไอ จาม เจ็บคอ และ มีน้ำมูก เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดเป็นเชื้อไวรัสที่ไม่มีความรุนแรง ซึ่งหากพักผ่อนให้เพียงพอสามารถหายเองได้ ภายในสองวัน

โรคหวัด สามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัยขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย ดังนั้น โรคหวัดจึงพบว่าเกิดมากในกลุ่มเด็ก คนชรา และ ผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ เป็นต้น โรคหวัดสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยการสัมผัสสารคัดหลั่งจากน้ำมูก การไอ การจาม

สาเหตุการเกิดโรคหวัด

สาเหตุของการเกิดโรคหวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ซึ่งมีหลายสายพันธ์ที่ทำให้เกิดหวัด แต่เป็นเชื้อไวรัสที่ไม่มีความรุนแรงของโรค ซึ่งติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้มีเชื้อโรคหวัด เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะทำให้มีน้ำมูก มีเสมหะ เจ็บคอ ซึ่งปัจจัยที่มีผลเสี่ยงต่อการเกิดไข้หวัด คือ

  • ภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ พบว่าในเด็กและผู้สูงอายุจะตืดเชื้อหวัดได้ง่าย
  • การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่มักจะเป็นไข้หวัดได้ง่ายในช่วงฤดูฝน และหรือฤดูหนาว
  • การสูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มจะป่วยด้วยไข้หวัดได้ง่าย และหากเป็นก็จะอาการรุนแรงกว่าปกติอีกด้วย
  • การอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค สถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดได้ง่าย

อาการของโรคหวัด

สำหรับอาการของโรคหวัด เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการ ซึ่งจะแสดงอาการผิดปรกติที่ระบบทางเดินหายใจร่วมกับอาการอ่อนเพลีย มีไข้สูง หากพักผ่อนให้เพียงพอสามารถหายเองได้ใน 2 วัน อาการของไข้หวัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ อาการของไข้หวัในเด็กและอาการไข้หวัดในผู้หญ่ โดยรายละเอียด ดังนี้

  • อาการไข้หวัดในเด็ก มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสไข้สูงต่อเนื่องมากกว่า 2 วัน โดยอาการไม่ดีขึ้นปวดหัว ไออย่างรุนแรง หายใจมีเสียงหวีด ง่วงนอนมากผิดปกติ เบื่ออาหาร
  • อาการไข้หวัดในผู้ใหญ่ มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 5 วันขึ้นไป หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด เจ็บคออย่างรุนแรง ปวดศีรษะ ปวดบริเวณไซนัส

การรักษาโรคหวัด

สำหรับแนวทางการรักษาไข้หวัด ไม่จำเป็นจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่ได้ช่วยกำจัดเชื้อไวรัสทุกชนิด ซึ่งการรักษาให้รักษาโดยการประคับประครองตามอาการของโรค เช่น กินยาลดไข้ พร้อมพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชนืต่อร่างกาย

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหวัด

โรคหวัดสามารถกายเองได้ในสองวันหากพักผ่อนให้เพียงพอ แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ ภาวะแทรกซ็อนจากไข้หวัด เนื่องจากอาจทำให้อาการของไข้หวัดรุนแรงมากขึ้น ภาวะแทรกซ้อนจากการเกิดไข้หวัด มีดังนี้

  • ภาวะติดเชื้อที่หูชั้นกลาง เกิดจากเชื้อโรคเข้าสู่แก้วหู ทำให้เกิดอาการติดเชื้อภายในหู สังเกตอาการจากอาการปวดหู และในบางกรณีอาจมีน้ำหนองออกมาจากหู หากปล่อยไว้อาจทำให้แก้วหูทะลุได้
  • โรคหอบหืด หรือ ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว อาการไข้หวัด ทำให้โรคหอบหืดรุนแรงมากขึ้น
  • โรคไซนัสอักเสบ หากเชื้อโรคเข้าสู่โพรงไซนัส จะทำให้เกิดอาการติดเชื้อจนกลายเป็นไซนัสอักเสบได้
  • คออักเสบ หากเชื้อโรคเข้าสู่ลำคอ จะทำให้เกิดอาการคออักเสบ เจ็บคอและไอรุนแรง
  • หลอดลมอักเสบ หากเชื้อโรคลงมาที่หลอดลม อาจทำให้หลอดลมอักเสบ ไอมากขึ้น
  • ปอดบวม หากเชื้อโรคแพร่เข้าสู่ปอดจะทำลายปอด หากไม่รีบรักษาเป็นอันตรายได้

การป้องกันไข้หวัด

สำหรับแนวทางการป้องกันไข้หวัด มีแนวทางการป้องกันจากการดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อให้ร่างกายรับมือต่อเชื้อโรคต่างๆ และ ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แนวทางการป้องกันโรคมีดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด ก่อนรับประทานอาหาร หรือ สัมผัสสิ่งต่างๆ
  • ใช้เครื่องป้องกับ ผ้าปิดปาก หากต้องเดินทางหรืออยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงให้ทำให้ร่างกายอบอุ่นเสมอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกประเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร รักษากระเพาะ บำรุงทางเดินอาหาร
สมุนไพรสำหรับความงาม สมุนไพรเพิ่ความงาม
เพื่อความสวยงาม
สมุนไพรแก้ปวด สมุนไพรแก้อักเสบ สมุนไพรไทย
แก้ปวด และ แก้อักเสบ
สมุนไพรล้างพิษ สมุนไพรช่วยขับสารพิษในร่างกาย
ช่วยขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรแก้นอนไม่หลับ สมุนไพรช่วยผ่อนคลาย
แก้นอนไม่หลับ และ ช่วยผ่อนคลาย
สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทย สมุนไพรปรับความดัน
ลดความดัน
สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ รักษาแผล
บำรุงผิว และ รักษาโรคผิวหนัง
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
ลิ้นงูเห่า สมุนไพร หญ้าลิ้นงูเห่า
ลิ้นงูเห่า
พริก สมุนไพร สรรพคุณของพริก สมุนไพรไทย
พริก
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร