มะตูม สมุนไพร ยาจีน ประโยชน์และโทษของมะตูม

ต้นมะตูม ไม้มงคล ช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย ผลมะตูม เป็นสมุนไพร สรรพคุณมากมาย เช่น ลดน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน ช่วยขับลม ต้นมะตูมมีลักษณะเป็นอย่างไร ประโยชน์ของมะตูม โทษของมะตูม มีอะไรบ้าง

มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม

มะตูม ( Beal ) พืชตระกูลส้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะตูม คือ Aegle marmelos (L.) Corrêa ชื่อเรียกอื่นๆของมะตูม เช่น มะปิน ตูม ตุ่มตัง กะทันตาเถร เป็นต้น

ต้นมะตูม จัดเป็นไม้ยืนต้น ผลมะตูมนิยมบริโภคเป็นผลไม้ มะตูมมีต้นถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ไม้มงคล พืชประจำจังหวัดชัยนาท สรรพคุณของมะตูม มากมาย เช่น ช่วยควบควบคุมน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน รักษาลำไส้อักเสบ แก้ท้องเดิน แก้ท้องอืด ช่วยขับลม แก้กระหายน้ำ ทำให้ให้ชุ่มคอ รักษาหวัด ช่วยขับปัสสาวะ รักษาหอบหืด รักษาหลอดลมอักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี แก้ไข้ทรพิษ แก้ปวดฝี รักษาเยื่อบุตาอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยเจริญอาหาร รักษาอาการแผลอักเสบ ฆ่าพยาธิ ต้านเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการท้องเสีย ลดกรดในกระเพาะอาหาร

ความเชื่อเกี่ยวับมะตูม

ต้นมะตูม ตามความเชื่อของคนไทย มะตูมเป็นไม้มงคล เชื่อว่าป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ใบมะตูม นำมาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนา เช่น นำมาทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ ใช้ในการครอบครู เป็นต้น ต้นมะตูมนิยมปลูกตามบ้าน ให้ปลูกในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวบ้าน

คุณค่าทางโภชนาการของมะตูม

สำหรับต้นมะตูม การบริโภคนิยมใช้ผลมะตูม โดยนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของผลมะตูมสุก ขนาด 100 กรัม พบว่าในผลมะตูมสุกมีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย น้ำ 61.4 กรัม กากใยอาหาร 2.9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 34.7 กรัม โปรตีน 1.8 กรัม ไนอะซีน 1.1 มิลลิกรัม แคลเซียม 85 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 50 มิลลิกรัม และ ธาตุเหล็ก 0.6 มิลลิกรัม และในผลมะตูมสุก มีวิตามินต่างๆ ประกอบด้วย วิตามินเอ 92 มิลลิกรัม วิตามินบี1 1.3 มิลลิกรัม และ วิตามินบี2 1.19 มิลลิกรัม

ลักษณะของต้นมะตูม

ต้นมะตูม เป็นไม้ยืนต้น สามารถเจรญเติบโตได้ดีในป่าดิบ และ ตามเนินเขา ถิ่นกำเนิดของมะตูมนั้นมาจากประเทศอินเดีย โดยลักษณะของต้นมะตูม มีดังนี้

  • ลำต้นมะตูม ลักษณะตรง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มะตูมมีกลิ่นหอม เปลือกลำต้นมะตูมลักษณะผิวเรียบ มีร่องตื้น สีเทา ความสูงประมาณ 18 เมตร
  • ใบมะตูม เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบคล้ายรูปขนนก ทรงไข ปลายใบแหลม โคนใบมน มีสีเขียวเข้ม ลักษณะมัน
  • ดอกมะตูม มีกลิ่นหอม สีขาว ขึ้นตามซอกใบ มีขนาดเล็ก
  • ผลมะตูม ออกมาจากดอกมะตูม ลักษณะกลม เปลือกของผลมะตูมผิวเรียบ ผลสดสีเขียว เปลือกแข็ง ส่วนผลมะตูมแก่มีสีเขียวอมเหลือง เนื้อในผลสุกมีสีส้ม รสหวาน เนื้อนิ่ม มียางเหนียวข้น ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ผลสุกสามารถนำมาตากแห้งและนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆได้ เช่น นำมาต้มเป็นน้ำมะตูม เป็นต้น

สรรพคุณของมะตูม

มะตูม สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการรักษาโรค และ การบำรุงร่างกาย หลากหลาย สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ผลมะตูมดิบ ผลมะตูมสุก ใบมะตูม เปลือกลำต้นมะตูม และ รากมะตูม โดยรายละเอียดของ สรรพคุณของมะตูม มีดังนี้

  • เปลือกลำต้นมะตูม สรรพคุณแก้ท้องเสีย รักษาอาการลำไส้อักเสบ
  • รากมะตูม สรรพคุณสำหรับสตรีหลังคลอด ลดอาการตกเลือดในสตรีหลังคลอด ช่วยรักษาหลอดลมอักเสบ แก้ไอ รักษาอาการปัสสาวะเป็นเลือด ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  • ผลดิบมะตูม สรรพคุณป้องกันโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด บำรุงลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม แก้กระหายน้ำ ทำให้ให้ชุ่มคอ รักษาโรคหวัด ช่วยขับปัสสาวะ รักษาหอบหืด รักษาหลอดลมอักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี แก้ไข้ทรพิษ แก้ปวดฝี รักษาเยื่อบุตาอักเสบ ลดความดันโลหิต ช่วยเจริญอาหาร รักษาอาการแผลอักเสบ ฆ่าพยาธิ ต้านเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการท้องเสีย ลดกรดในกระเพาะอาหาร
  • ผลสุกมะตูม สรรพคุณช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร บำรุงลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ช่วยในการขับถ่าย เป็นยาระบายอ่อนๆ ชับลม ลดจุกเสียดแน่นท้อง ลดไขมันในเส้นเลือด แก้ท้องเสีย บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงผิว ป้องกันมะเร็ง บำรุงสมอง รักษาอัลไซล์เมอร์ ช่วยขับพยาธิ
  • ใบมะตูม สามารถใช้ประโยชน์จากใบมะตูมอ่อน สรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องเสีย ช่วยลดไข้ บำรุงดวงตา รักษาอาการตาอักเสบ ลดอาการตาบวม

โทษของมะตูม

การใช้ประโยชน์จากมะตูม ต้องเลือกใช้อย่างเหมาะสม และ เลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้มากเกินไปหรือใช้ไม่ถูกวิธี โดยโทษของมะตูม มีดังนี้

  • มะตูมมีสรรพคุณป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการท้องเสียได้ สำหรับคนที่มีภาวะท้องผูกอยู่ ไม่ควรกินมะตูม เพราะจะทำให้ท้องผูกมากขึ้น
  • สำหรับสตรีมีครรภ์และสตรีหลังคลอดบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนำมะตูมมาใช้รักษาอาการป่วย
  • ผลมะตูม น้ำมะตูม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด สำหรับคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่ควรกินน้ำมะตูม หรือ ผลมะตูม และ สำหรับคนที่ต้องผ่าตัด ควรงดการกินมะตูม น้อย 14 วัน ก่อนผ่าตัด เพราะ มะตูมอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงระหว่างและหลังการผ่าตัด