ขนุน ผลไม้ที่นิยม เนื้อขนุนสุกรับประทานสดได้ และทำขนมได้หลายชนิด ลักษณะของต้นขนุนเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของขนุน สรรพคุณของขนุน เช่น บำรุงกำลัง เป็นยาระบายอ่อนๆ โทษของขนุนมีอะไรบ้าง

ขนุน สรรพคุณของขนุน ผลไม้ สมุนไพร

ต้นขนุน ภาษาอังกฤษ เรียก Jackfruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของขนุน คือ Artocarpus heterophyllus Lam. ชื่อเรียกอื่นๆของขนุน เช่น ขะนู นะยวยซะ เนน ซีคึย ปะหน่อย หมากกลาง นากอ มะหนุน ลาน ล้าง หมักหมี้ ขะเนอ ขนู มะยวยซะ เป็นต้น

ขนุนในประเทศไทย

ควาวเชื่อของคนไทย เชื่อว่า ต้นขนุน เป็นไม้มงคล ให้ปลูกไว้ขนุนไว้หลังบ้านทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ เช่ือว่าหากปลูกขนุนบริเวณบ้าน ช่วยให้หนุนบารมี เสริมเงินทอง เสริมความร่ำรวย จะมีผู้คอยเกื้อหนุนจุนเจือ ขนุน ยังเป็นผลไม้ สามารถนำมาทำเป็นอาหารหลากหลายเมนู และ สามารถนำขนุนมาทำยารักษาโรค เป็นสมุนไพร

สายพันธ์ขนุน

ต้นขนุนมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธ์มีสีของเนื้อแตกต่างกัน บางสายพันธุ์มีรสหวาน บางสายพันธุ์รสจืด ซึ่งสายพันธุ์ขนุนที่นิยมปลูกในประเทศไทย มีดังนี้

  • ขนุนสายพันธุ์ตาบ๊วย เนื้อสีจำปาออกเหลือง ผลใหญ่ เนื้อหนา
  • ขนุนสายพันธุ์ฟ้าถล่ม ผลขนาดใหญ่มาก ค่อนข้างกลม เนื้อสีเหลืองทอง
  • ขนุนสายพันธุ์ทองสุดใจ ผลใหญ่ ยาว เนื้อสีเหลือง
  • ขนุนสายพันธุ์จำปากรอบ ผลขนาดกลาง เนื้อสีจำปา หวานอมเปรี้ยว

ลักษณะของต้นขนุน

ต้นขนุน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ การทาบกิ่ง การปักชำ ซึ่งลักษณะของต้นขนุน มีดังนี้

  • ลำต้นขนุน สูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นตั้งตรง สีน้ำตาล มีกิ่งก้านหลากหลาย ลำต้นขนุนมีน้ำยางสีขาวข้น
  • ใบขนุน เป็นใบเดี่ยว ใบขนาดใหญ่ ใบหนา สีเขียว ใบเป็นรูปรี ปลายใบทู่ โคนใบมน ผิวใบเป็นมัน
  • ดอกขนุน ลักษณะเป็นช่อ ช่อสีเขียว ดอกออกตามปลายกิ่ง และ ซอกใบ ดอกขนุนอัดแน่นอยู่รวมกัน
  • ผลขนุน หรือ ลูกขนุน ลักษณะภายนเจริญเติบดตจากดอกขนุน ผลดิบมีสีขาว ผิวของผลเหมือนหนามทู่ๆ เปลือกของผลขนุนมีน้ำยางเหนียว ผลสุกขนุนเป็นสีเขียว เนื้อในสีเหลือง ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เปลือกของผลขนุนมีน้ำยาง

คุณค่าทางโภชนาการของขนุน

สำหรับการรับประทานขนุนนิยมรับประทานผลขนุน นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อขนุนดิบ รายละเอียด ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อขนุนดิบ ขนาด 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง 95 กิโลแคลอรี เนื้อขนุนดิบมีสารอาหารต่างๆ ประกบด้วย คาร์โบไฮเดรต 23.25 กรัม น้ำตาล 19.08 กรัม กากใยอาหาร 1.5 กรัม ไขมัน 0.64 กรัม โปรตีน 1.72 กรัม วิตามินเอ 5 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 61 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 157 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.105 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.055 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.92 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.235 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.329 มิลลิกรัม วิตามินบี9 24 ไมโครกรัม วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.34 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.23 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.043 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 21 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 448 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 0.13 มิลลิกรัม

สารสกัดจากเนื้อไม้ขนุน สามารถสกัดผงสารอาร์โทคาร์ปิน และ อาร์โทคาร์ปาโนน ( Artocarpanone ) มีฤทธิ์ช่วยยั้บยังเชื้อแบคทีเรีย ได้หลากหลายชนิด ต้านอักเสบ

สรรพคุณของขนุน

สำหรับการใช้ประโยชน์จากขนุนด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก แก่นไม้ ราก ผลสุก เมล็ด ใบ และ ยางขนุน สรรพคุณของขนุน มีดังนี้

  • แก่นขนุน สรรพคุณบำรุงเลือด ช่วยสมานลำไส้ ช่วยสมานแผล
  • รากขนุน สรรพคุณบำรุงเลือด แก้ท้องเสีย รักษาโรคผิวหนัง
  • ผลสุกขุน สรรพคุณบำรุงเลือด ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคมะเร็ง แก้กระหายน้ำ เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • เม็ดขนุน สรรพคุณบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย แก้ปวดท้อง
  • ใบขนุนุ สรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยระงับประสาท ช่วยแก้โรคลมชัก ใช้หยอดหูแก้ปวดหู แก้ท้องเสีย ช่วยขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลเรื้อรัง
  • ยางขนุน สรรพคุณรักษาแผลเรื้อรัง รักษาแผลบวม แก้อักเสบ

โทษของขนุน

สำหรับการใช้ประโยชน์จากขนุน พบว่าสารสกัดจากขนุน ทำให้รู้สึกง่วง ข้อควรระวังในการบริโภคขนุน มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์ และ สตรีที่อยู่ระหว่างกำลังให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ขนุนเพื่อรักษาโรค เพราะ ขนุนจะซึมผ่านน้ำนมจนเกิดอันตรายต่อทารก
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานผลขนุนสุก เพราะ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ควรหยุดใช้สารสกัดจากขนุนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพราะ อาจทำให้รู้สึกง่วงซึม

กระเจี๊ยบ ดอกกระเจี๊่ยบนำมารับประทานได้ ลักษณะของต้นกระเจี๊ยบเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบ สรรพคุณของกระเจี๊ยบ เช่น ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคกระเพาะอาหาร โทษของกระเจี๊ยบ มีอะไรบ้าง

กระเจี๊ยบ สมุมไพร สรรพคุณของกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบ ภาษาอังกฤษ เรียก Rosella พืชตระกูลชบา ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระเจี๊ยบ คือ Hibiscus sabdariffa Linn. ชื่อเรียกอื่นๆของกระเจี๊ยบ เช่น ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง ใบส้มม่า แกงแคง ส้มปู แบลมีฉี่ แต่เพะฉ่าเหมาะ ปร่างจำบู้ ส้มเก็ง ส้มพอเหมาะ ส้มพอดี กระเจี๊ยบเปรี้ยว ส้มพอ เป็นต้น

ต้นกระเจี๊ยบ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ซูดาน มาเลเซีย และ ประเทศไทย สำหรับแหล่งปลูกกระเจี๊ยบในประเทศไทย คือปทุมธานี สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม กาญจนบุรี พิจิตร  ราชบุรี สุพรรณบุรี ระยอง และ นครนายก กระเจี๊ยบ อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลาย เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และสารต้านอนุมูลอิสระ สรรพคุณทางยาของกระเจี๊ยบ เช่น รักษาอาการอักเสบ ต้านเชื้อโรค ลดความดันโลหิต รักษาโรคหัวใจและระบบประสาท

ลักษณะของต้นกระเจี๊ยบ

ต้นกระเจี๊ยบ พืชล้มลุก สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตอากาศกึ่งร้อน สามารถขยายพันธุ์ ได้ด้วยการเพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นกระเจี๊ยบ มีดังนี้

  • ลำต้นกระเจี๊ยบ ลำต้นและกิ่งมีสีม่วงแดง ความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร เนื้อลำต้นอ่อน อวบน้ำ
  • ใบกระเจี๊ยบ ลักษณะเป็นใบเดี่ยว ลักษณะรูปฝ่ามือ มี 3 แฉก ใบเว้าลึก ขอบใบเป็นฟันเลื่อย ใบสีเขียว ใบสากมือ
  • ดอกกระเจี๊ยบ ลักษณะเป็นดอกเดี่ยว ดอกออกตามซอกใบ กลีบดอกเป็นสีชมพู กลีบเลี้ยงจะแผ่ขยายติดกัน สีแดงเข้ม กลีบเลี้ยงหักง่าย เมื่อดอกบานเต็มที่ เส้นผ่านศูนย์กลางจะประมาณ 6 เซนติเมตร
  • ผลกระเจี๊ยบ ลักษณะเป็นผลรีปลายแหลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีแดง และจะปลายดอกจะแตกเป็นแฉกๆ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล กลีบผลหนาสีแดงฉ่ำน้ำ

คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบ

สำหรับการบริโภคกระเจี๊ยบ นิยมรับประทานผลกระเจี๊ยบ นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภขนาการของกระเจี๊ยบ มีดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของผลกระเจี๊ยบแดง ขนาด 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง 49 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 11.31 กรัม ไขมัน 0.64 กรัม โปรตีน 0.96 กรัม วิตามินเอ 14 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.011 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.028 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.31 มิลลิกรัม วิตามินซี 12 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 215 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.48 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 51 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 37 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 208 มิลลิกรัม และ ธาตุโซเดียม 6 มิลลิกรัม

สรรพคุณของกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ได้หลายส่วน ทั้ง ผล เมล็ด ดอก ใบ และ น้ำคั้นจากดอกกระเจี๊ยบ สรรพคุณของกระเจี๊ยบ มีดังนี้

  • ผลกระเจี๊ยบ สรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรัล รักษาโรคหัวใจและโรคประสาท แก้กระหายน้ำ ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด
  • เมล็ดกระเจี๊ยบ สรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรัล บำรุงกำลัง รักษาโรคหัวใจและโรคประสาท ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับปัสสาวะ
  • น้ำกระเจี๊ยบ สรรพคุณช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรัล บำรุงกำลัง ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยรักษาโรคเส้นเลือดแข็งเปราะ รักษาโรคหัวใจและโรคประสาท แก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน ช่วยลดไข้ ช่วยแก้ไอ รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับปัสสาวะ
  • ดอกกระเจี๊ยบ สรรพคุณช่วบลดไขมันในเส้นเลือด รักษาโรคหัวใจและโรคประสาท ช่วยแก้ไอ ช่วยขับเสมหะ
  • ใบกระเจี๊ยบ สรรพคุณบำรุงกำลัง รักษาโรคหัวใจและโรคประสาท ช่วยขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด ช่วยขับปัสสาวะ ใช้ล้างแผล

โทษของกระเจี๊ยบ

สำหรับข้อควรระวังในการบริโภค และ ใช้ประโยชน์จากกระเจี๊ยบ ด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย มีดังนี้

  • กระเจี๊ยบ สรรพคุณเป็นยาระบาย การกินกระเจี๊ยบมากเกินไปทำให้ท้องเสียได้ สำหรับผู้ป่วยที่พึ่งพักฟื้นจากอาการท้องเสีย ไม่ควรกินกระเจี๊ยบ
  • น้ำกระเจี๊ยบที่ปรุงรสด้วยน้ำตาล อาจมีความหวานมากเกินไป ผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ควรกินน้ำกระเจี๊ยบที่หวาน
  • กระเจี๊ยบสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรหยุดการบริโภคกระเจี๊ยบ เพื่อลดความเสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ เรารวบรวมสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เช่น บำรุงเลือด บำรุงทางเดินหายใจ บำรุงทางเดินอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพรรักษาหัวใจ
บำรงหัวใจและหลอดเลือด
สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพรลดคอเรสเตอรัล สมุนไพร สมุนไพรลดไขมัน
ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพรสมานแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล
สมุนไพรยาระบาย สมุนไพรรักษาท้องผูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย และ แก้ท้องผูก
สมุไพรขับประจำเดือน สมุนไพรสำหรับสตรี สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรถ่ายพยาธิ สมุนไพรขับพยาธิ สมุุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพรแก้ท้องร่วง สมุไพรต้านแบคทีเรีย สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรท่านชาย สมุนไพรไทย สมุนไพร
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สมุนไพรน่ารู้ พืชสมุนไพร เพื่อใช้ดูแลสุขภาพ เน้นพึ่งตนเองในเบื้องต้น ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติ สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้
หอมหัวใหญ่ สมุนไพรในครัว สมุนไพรกลิ่นฉุน สรรพคุณของหอมใหญ่
หอมหัวใหญ่
มังคุด เปลือกมังคุด สมุนไพร พืชเศรษฐกิจ
มังคุด
มะขามป้อม มะขามอินเดีย สมุนไพร พืชพื้นบ้าน
มะขามป้อม
มะระ สมุนไพร พืชสวนครัว สรรพคุณของมะระ
มะระ
ฟักทอง สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง สมุนไพร
ฟักทอง
มะรุม สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สรรพคุณของมะรุม
มะรุม
มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม
มะตูม
อบเชย สมุนไพรเครื่องเทศ สมุนไพรกลิ่นหอม สมุนไพร
อบเชย

โรคต่างๆ ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคเบาหวาน โรค อาการโรคเบาหวาน เบาหวาน
โรคเบาหวาน
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย โรคเด็ก สุขภาพ ลูกหยุดสูง
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย โรคมะเร็ง รักษาลูเคีเมีย
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ ฉี่เป็นเลือด
โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
โรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก โรคต่างๆ การรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์
โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม้ติดต่อ การรักษาโรคความดัน
โรคความดันโลหิตสูง