ต้นเสลดพังพอน สมุนไพร นิยมปลูกเป็นไม้ระดับ เชื่อว่าป้องกันสัตว์มีพิษได้ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง สรรพคุณ เช่น ถอนพิษจากแมลงกัดต่อย แก้ปวด รักษาแผลไฟไหม้ ยอดอ่อนนำมารับประทานได้

เสลดพังพอน สมุนไพร พืชท้องถิ่น สรรพคุณของเสลดพังพอน

ต้นเสลดพังพอน ภาษาอังกฤษ เรียก Snake Plant ชื่อวิทยาศาสตร์ของเสลดพังพอน คือ Barleria lupulina Lindl.  สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของเสลดพังพอน เช่น ลิ้นมังกร ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด พญาปล้องคำ เสลดพังพอนตัวเมีย พญาปล้องดำ พญาปล้องทอง  ลิ้นงูเห่า พญายอ โพะโซ่จาง ชิงเจี้ยน หนิ่วซิ้วฮวา เป็นต้น

ต้นเสลดพังพอน สามารถพบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เสลดพังพอนเป็นพืชที่นิยมมาปลูกไว้ประดับบ้าน เชื่อว่าสามารถป้องกันสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ได้

ประโยชน์ของเสลดพังพอน ยอดอ่อนและใบอ่อน สามารถรับประทานได้ โดยนำมาปรุงอาหาร เช่น แกงแค นอกจากนี้ สารสกัดจากเสลดพังพอนสามารถนำมาสัดทำครีมและโลชั่นในการบำรุงผิวและรักษาโรค เช่น รักษาโรคเริม โรคงูสวัด เป็นต้น

ลักษณะของต้นเสลดพังพอน

ต้นเสลดพังพอน เป็นพืชประเภทไม้พุ่ม สามารถขยายพันธุ์ได้โดย การปักชำ และ การเพาะเมล็ดพันธ์ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมแบบป่าเบญจพรรณ ลักษณะของต้นเสลดพังพอน มีดังนี้

  • ลำต้นเสลดพังพอน มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ลักษณะลำต้นกลม ไม่ใหญ่ เปลือกมีสีเขียวอมน้ำตาล โคนก้านใบมีหนามแหลมคมและยาวสีน้ำตาลข้อละ 2 คู่
  • ใบเสลดพังพอน ลักษณะเป็นใบเดี่ยว รูปรียาวปลายแหลม ผิวใบเกลี้ยง ยาวประมาณ 5-7 ซม. กว้างประมาณ 2 ซม.
  • ดอกเสลดพังพอน ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกดอกที่ปลายยอด ดอกเป็นรูปกลมรี กลีบดอกจะเป็นสีเหลือง เรียงซ้อนแผ่ชิดกัน โคนกลีบดอก รวมติดกัน ลักษณะเป็นหลอด
  • ผลเสลดพังพอน ลักษณะของผลเป็นฝัก รูปมนรี ทรงไข่ ภายใน มีเมล็ด 2-4 เมล็ด เมื่อแห้ง จะแยกแตกออกเป็น 2 ซีก

สรรพคุณของเสลดพังพอน

สำหรับการนำเสลดพังพอนมาใช้ประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ราก เปลือกลำต้น ใบ และ ทั้งต้น โดย สรรพคุณของเสลดพังพอน มีดังนี้

  • รากเสลดพังพอน สรรพคุณบำรุงกำลัง ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยขับประจำเดือน รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปรกติ ช่วยสมานแผล
  • เปลือกลำต้นเสลดพังพอน สรรพคุณบำรุงกำลัง
  • ใบเสลดพังพอน สรรพคุณลดไข้ แก้เจ็บคอ รักษาคางทูม แก้ปวดท้อง รักษาแผลอักเสบ รักษาแผลไฟไหม้ รักษาแผลน้ำร้อนลวก รักษาแผลหนอง แก้อาการคัน รักษาสิว รักษาแมลงสัตว์กัดต่อย รักษาแผลร้อนใน
  • ทั้งต้นเสลดพังพอน สรรพคุณช่วยลดไข้ แก้ปวดท้อง รักษาแมลงสัตว์กัดต่อย แก้ปวด เคล็ดขัดยอก

สารสำคัญในเสลดพังพอน

ใน เสลดพังพอน มีสารสำคัญมากมาย มีฤทธิ์ ในการต้านพิษต่างๆ ได้ดี ได้แก่

  • สารประกอบ Acetylbarlerin พบใน ใบเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  • สารประกอบ Barlerin พบใน ใบเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  • สารประกอบ Bataine พบใน ใบเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  • สารประกอบ Scutellarein-7-Rhamnosyl glucoside พบใน ใบเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  • สารประกอบ Shanzhiside methyl ester พบใน ใบเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  •  iridoid glycosides พบใน ก้านเสลดพังพอน มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ
  • สารพวก iridoid มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสได้ เช่น ไวรัสงูสวัด โรคเริม หรือ พิษจาก แมลงสัตว์กัดต่อย
  • สารสำคัญ ที่มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • สารสำคัญ ที่มีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวด

โทษของเสลดพังพอน

สำหรับเสลดพังพอน เป็นพืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค แต่ต้องใช้อย่างถูกวิธีและใช้ในปริมาณที่เหมาะสม โดยโทษของเสลดพังพอน มีดังนี้

  • สตรีมีครรภ์ห้ามใช้ สมุนไพร ชนิดนี้ ทั้งการรับประทาน ดื่ม ทา พอก
  • ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถใช้เป็นครั้งคราวได้ เมื่อหายดีแล้ว ให้หยุดใช้ หากต้องการใช้ติดต่อกันนานๆ ควรดูส่วนผสมตาม ตำรับยาสมุนไพรไทย ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดอื่น ที่ลดทอนพิษซึ่งกันและกัน จึงสามารถใช้ดื่มบำรุงติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ได้

อะโวคาโด้ ลูกเนย ผลไม้ต่างแดน ราคาสูง สรรพคุณหลากหลาย เช่น บำรุงระบบเลือด ลดไขมัน บำรุงผิวพรรณ สามารถใช้แทนเนยได้ นิยมใช้ลดน้ำหนัก โทษของอะโวาโด้ มีอะไรบ้าง

อโวคาโด้ สมุนไพร ผลไม้ สรรพุคณของอะโวคาโด้

ต้นอโวคาโด้ ภาษาอังกฤษ เรียก Avocado ชื่อวิทยาศาสตร์ของอะโวคาโด้ คือ Persea americana Mill สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของอะโวคาโด้ เช่น ลูกเนย ต้นอโวคาโด้มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา ต้นอโวคาโด้ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกที่จังหวัดน่าน ต่อมาจึงแพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทย

สายพันธ์อะโวคาโด้

สำหรับต้นอะโวคาโด้ที่ได้รับความนิยม มี 3 สายพันธ์ คือ สายพันธ์กัวเตมาลา สายพันธ์อินดีสตะวันตก และ สายพันธ์เม็กซิโก โดยราบละเอียด มีดังนี้

  • สายพันธ์กัวเตมาลา ลักษณะเด่น คือ ผลสีเขียว ขั้วของผลจะขรุขระ เมล็ดค่อนข้างกลม เนื้อหนา ให้ไขมันสูง ชอบอากาศหนาวเย็นปานกลาง ซึ่งสายพันธ์กัวเตมาลา เช่น พันธุ์แฮส (Hass) และ พันธุ์พิงค์เคอตัน (Pinkerton)
  • สายพันธ์อินดีสตะวันตก ลักษณะเด่น คือ ผลเรียบเป็นมัน สีเขียวอมเหลือง เปลือกหนา รสหวานอ่อนๆ ให้ไขมันน้อย ชอบอากาศร้อน ซึ่งสายพันธ์อินดีสตะวันตก เช่น พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson)
  • สายพันธ์เม็กซิโก ลักษณะเด่น คือ ผลเล็ก ผิวเรียบ สีม่วง เปลือกบาง เมล็ดใหญ่ ให้ไขมันมาก ทนอากาศเย็นได้ดี

ประโยชน์ของอะโวคาโด้ สามารถรับประทานเป็นผลไม้สด ทำให้อิ่มท้อง ใช้เป็นอาหารลดน้ำหนักได้ดี สกัดนำน้ำมันจากอะโวคาโด้มาใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น เพื่อการบริโภค นำมาเป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว และ นำมาเป็นส่วนผสมของแชมพูบำรุงเส้นผม

ลักษณะของต้นอะโวคาโด้

ต้นอะโวคาโด เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สามารถขยายพันธ์โดยการตอนกิ่ง และ เพาะเมล็ดพันธ์ ซึ่งลักษณะของต้นอะโวลาโด้ มีดังนี้

  • ลำต้นอะโวคาโด เปลือกของลำต้นจะมีสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ ความสูงประมาณ 20 เมตร
  • ใบอะโวคาโด ลักษณะใบใหญ่รียาว สากมือ ใบสีเขียวสด
  • ดอกอะโวคาโด ออกดอกเป็นช่อออกดอกที่ปลายกิ่ง ขนาดเล็ก ดอกมีสีเขียวอมเหลือง
  • ผลอะโวคาโด ลักษณะกลมรี ภายในผลมีเนื้อสีเหลืองอ่อน รสชาติมัน ไม่มีกลิ่น ภายในมีเมล็ดอยู่ตรงกลางของผล

วิธีปลูกอะโวคาโด

สำหรับการเพาะพันธ์ต้นอโวคาโด้นิยมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์ ซึ่งเริ่มจากการนำเมล็ดล้างด้วยน้ำอุ่น นำกระดาษชำระพรมน้ำให้ชุ่ม ใส่ถุงพลาสติก โดยไม่ต้องปิดปากถุง วางเมล็ดลงคอยสังเกตุอย่าให้กระดาษแห้ง รอจนรากงอกออกมา ประมาณ 3 นิ้ว จึงค่อยย้ายลงกระถางปลูกและกลบดินครึ่งลูก รดน้ำให้ชุ่ม ครบ 3 เดือนให้ย้ายกระถางที่ใหญ่ขึ้น

คุณค่าทางโภชนาการของอะโวคาโด้

สำหรับการรับประทานอะโวคาโด้ นิยมนรับประทานเนื้อผลสุกของอะโวคาโด้เป็นอาหาร ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลอะโวคาโด้ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 160 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 8.53 กรัม น้ำตาล 0.66 กรัม กากใยอาหาร 6.7 กรัม ไขมัน 14.66 กรัม กรดไขมันอิ่มตัว 2.13 กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 9.8 กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 1.82 กรัม โปรตีน 2 กรัม น้ำ 73.23 กรัม วิตามินเอ 7 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 42 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 271 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.067 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.13 มิลลิกรัม วิตามินบี3 1.738 มิลลิกรัม วิตามินบี5 1.389 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.257 มิลลิกรัม วิตามินบี9 81 ไมโครกรัม วิตามินซี 10 มิลลิกรัม วิตามินอี 2.07 มิลลิกรัม วิตามินเค 21 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 12 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.55 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.142 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 52 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 485 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 7 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.64 มิลลิกรัม

สรรพคุณของอะโวคาโด

สำหรับการนำอะโวคาโด้มาใช้ประโยชน์จากผล นำมารับประทานสดๆ หรือ นำมาสกัดนำน้ำมันมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งสรรพคุณของอะโวคาโด้ มีดังนี้

  • บำรุงร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย
  • บำรุงพิวพรรณ ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าสดใส
  • บำรุงสายตา ช่วยชะลอการเสื่อมของกระจกตา
  • ช่วยบำรุงเลือด ลดไขมันเลว ( LDL ) ลดความเสี่ยงไขมันอุดตันเส้นเลือด ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจ
  • ป้องกันมะเร็ง มีสารต้านการเกิดมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และ มะเร็งปากมดลูก
  • เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันโรคหวัด
  • ช่วยระบบขับถ่าย เนื่องจากมีกากใยอาหารสูง
  • มีโฟเลตสูง เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ สร้างความแข็งแรงให้กับบุตรในครรภ์
  • บำรุงเส้นผม รักษาอาการผมร่วง รักษาศีรษะล้าน

โทษของอะโวคาโด้

สำหรับการรับประทานหรือใช้ประโยชน์จากอะโวคาโด้ มีข้อควรระวัง เนื่องจากอะโวคาโด้มีความเป็นพิษ หากใช้อย่างไม่เหมาะสำอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ โทษของอะโวคาโด้ มีดังนี้

  • ผลดิบอะโวคาโด้ มีสารแทนนินในปริมาณมาก ให้รสขม หากรับประทานมากเกินไปจะมีอาการ เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง อาเจียน ผื่นคัน ลมพิษ หากรุนแรงอาจจะเสียชีวิตได้
  • ใบ เปลือกต้น และ เปลือกชั้นเอนโดคาร์บของอะโวคาโด มีความเป็นพิษต่อสัตว์หลายชนิดทั้งแมว หมา แพะ กระต่าย หนู นก ปลา ไก่ และม้า

สูตรมาร์กหน้าอะโวคาโด

ควรทำการมาร์กหน้า ทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลควรทำต่อเนื่อง สูจรนี้เป็นสูตรกลาง สำหรับผิวทุกสภาพ สามารถเติมส่วนผสมเพิ่มเติมตามชอบใจได้

  • ผลอะโวคาโดสุก ประมาณ 2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่แดง 1 ฟอง
  • นำส่วนผสมทั้งหมดปั่นให้ละเอียด
  • ล้างหน้าให้สะอาดก่อนมาร์ก และเช็ดให้แห้ง
  • ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ จะทำให้หน้าตึง ชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย

วิธีทำเครื่องดื่มอะโวคาโด

เครื่องดื่มอะโวคาโด ใช้ดื่มตอนเช้า บำรุงร่างกาย หรือ ใช้ดื่มดับกระหายได้ตามต้องการ มีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 กำมือ
  • หั่นมะเขือเทศล้างสะอาดเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ผล
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำแข็ง 2 ถ้วย
  • เกลือป่นนิดหน่อยประมาณ 1/4 ช้อนชา
  • ใส่อะโวคาโด และ มะเขือเทศ หั่นที่เตรียมไว้ ลงเครื่องปั่น
  • ใส่น้ำเปล่า และ น้ำแข็ง เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ปั่นจนละเอียด
  • เติมเกลือเล็กน้อย และปั่นนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากัน
  • ใช้ดื่มดับกระหาย ดื่มเป็นประจำบำรุงร่างกาย
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกประเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร รักษากระเพาะ บำรุงทางเดินอาหาร
สมุนไพรสำหรับความงาม สมุนไพรเพิ่ความงาม
เพื่อความสวยงาม
สมุนไพรแก้ปวด สมุนไพรแก้อักเสบ สมุนไพรไทย
แก้ปวด และ แก้อักเสบ
สมุนไพรล้างพิษ สมุนไพรช่วยขับสารพิษในร่างกาย
ช่วยขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรแก้นอนไม่หลับ สมุนไพรช่วยผ่อนคลาย
แก้นอนไม่หลับ และ ช่วยผ่อนคลาย
สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทย สมุนไพรปรับความดัน
ลดความดัน
สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ รักษาแผล
บำรุงผิว และ รักษาโรคผิวหนัง
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
ลิ้นงูเห่า สมุนไพร หญ้าลิ้นงูเห่า
ลิ้นงูเห่า
พริก สมุนไพร สรรพคุณของพริก สมุนไพรไทย
พริก
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร