ทับทิม ผลไม้เพื่อสุขภาพ ลักษณะของต้นทับทิมเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของทับทิม สรรพคุณของทับทิม เช่น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บรรเทาโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต โทษของทับทิม มีอะไรบ้าง

ทับทิม สรรพคุณของทับทิม สมุนไพร ผลไม้

ต้นทับทิม ภาษาอังกฤษ เรียก Pomegranate ชื่อวิทยาศาสตร์ของทับทิม คือ Punica granatum L.  สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของทับทิม เช่น พิลา พิลาสี หมากสีลา หมากจัง พิลาขาว มะก่องแก้ว และ มะเก๊าะ เป็นต้น ทับทิม มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอิหร่าน และ ทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย

น้ำทับทิม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการแข็งตัวของเลือด บรรเทาอาการโรคไขมันโลหิตสูง โรคโรคหัวใจ ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง สายพันธุ์ของทับทิม สำหรับสายพันธุ์ทับทิมดั้งเดิม สามารถจำแนกสายพันธุ์ทับทิมได้ 3 สายพันธุ์ คือ ทับทิมแดง ( Ahmar ) , ทับทิมแดง ( Asward ) และ ทับทิมแดง ( Halwa )

ทับทิมกับความเชื่อ

สำหรับเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆกับทับทิม เชื่อกันว่า ใบทับทิม เป็นใบไม้สิริมงคลใช้ในการประกอบพิธีน้ำมนต์ เพื่อคุ้มกันภัย ความเชื่อของชาวจีน นิยมใช้ทับทิมไหว้เจ้า และ บรรพบุรุษ เชื่อว่าทับทิมมีเมล็ดมาก สื่อความหมายถึงการมีลูกชายมากๆ คอยสืบสกุล และ สร้างความเจริญก้าวหน้า

ลักษณะของต้นทับทิม

ต้นทับทิม เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก อายุยาวนาน มากถึง 100 ปี ทับทิมชอบอากาศหนาวเย็น ชอบพื้นที่สูง สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นทับทิม มีดังนี้

  • รากทับทิม มีระบบรากแก้วและรากฝอย
  • ลำต้นทับทิม ลักษณะลำต้นแตกกิ่งก้านตั้งแต่ระดับล่าง ความสูงของลำต้นประมาณ 2 เมตร เปลือกลำต้นบาง สีเทา เป็นมันเงา เนื้อไม้แข็งและเหนียว กิ่งของทับทิมมีหนามยาว
  • ใบทับทิม ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ ใบเรียวยาวปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ สีเขียวเข้ม และใบเป็นมันวาว
  • ดอกทับทิม ลักษณะดอกออกเป็นช่อ ออกดอกตามปลายยอดของกิ่ง กลีบดอกมีหลายสี เช่น ขาว ส้ม แดง
  • ผลทับทิม ลักษณะกลม เปลือกของผลหนา ผิวเปลือกเป็นมันวาวและผิวเกลี้ยง ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีเนื้อหุ้ม มีรสหวาน รับประทานได้ สามารถนำเมล็ดมาคั้นเป็นน้ำทับทิมได้

คุณค่าทางโภชนาการของทับทิม

สำหรับการรับประทานทับทิม นิยมรับประทานผลของเนื้อทับทิม นักโภชนาการได้ศึกษาคุณคค่าทางโภชนาการของเนื้อทับทิม ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 83 กิโลแคลอรี ซึ่งมีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 18.7 กรัม น้ำตาล 13.67 กรัม กากใยอาหาร 4 กรัม ไขมัน 1.17 กรัม โปรตีน 1.67 กรัม วิตามินบี1 0.067 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.053 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.293 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.377 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.075 มิลลิกรัม วิตามินบี9 38 ไมโครกรัม โคลีน 7.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 10.2 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.6 มิลลิกรัม วิตามินเค 16.4 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 10 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.3 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.119 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 36 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 236 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม และ
ธาตุสังกะสี 0.35 มิลลิกรัม

เปลือกของทับทิม มีสารในกลุ่มแทนนินสูงถึงร้อยละ 25 คือ Gallotannin และ Ellagictannin สรรพคุณช่วยลดอาการอักเสบ และ ต่อต้านการเจริญเติบโตของมะเร็งได้

สรรพคุณของทับทิม

สำหรับ สรรพคุณของทับทิม ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จากหลายส่วน เช่น เนื้อผลทับทิม เปลือกผลทับทิม ดอกทับทิม รากทับทิม และ ใบทับทิม สรรพคุณของทับทิม มีดังนี้

  • เนื้อของผลทับทิม สรรพคุณช่วยป้องกันมะเร็ง บำรุงเลือด ต้านการแข็งตัวของหลอดเลือด ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดี ป้องกันโรคข้อกระดูกอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • เปลือกผลทับทิม เปลือกมีรสฝาด สรรพคุณช่วยขับพยาธิ แก้อาการท้องเสีย รักษาอาการปวดท้อง รักษาอาการถ่ายเป็นเลือด รักษาแผลติดเชื้อ รักษาแผลหนอง รักษาโรคผิวหนัง ป้องกันฟันผุ ลดกลิ่นปาก
  • ดอกทับทิม สรรพคณูช่วยห้ามเลือด
  • ลำต้นทับทิม สรรพคุณช่วยถ่ายพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ แก้กระหายน้ำ
  • ใบทับทิม สรรพคุณช่วยห้ามเลือด รักษาโรคผิวหนัง รักษารังแค รักษาแผลสด

โทษของทับทิม

สำหรับโทษของทับทิม เนื่องจากทับทิม มีความเป็นพิษที่เปลือกของผล และ ลำต้น การใช้ประโยชน์จากเปลือกและลำต้นของทับทิมต้องใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง โทษของทับทิม มีดังนี้

  • เปลือกทับทิมที่มีสาร gallotannin ที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งเป็นพิษต่อตับ สำหรับผู้ป่วยโรคตับ ห้ามรับประทานเปลือกทับทิม
  • รากทับทิมีความเป็นพิษ การรับประทานรากและลำต้นของทับทิมในปริมาณมากอาจไม่ปลอดภัย

ส้มโอ ผลไม้แสนอร่อย พืชเศรษฐกิจสำคัญ ต้นส้มโอเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนาการของส้มโอ สรรพคุณของส้มโอ เช่น ขับสารพิษในร่างกาย บำรุงสายตา บำรุงกำลัง โทษของส้มโอ มีอะไรบ้าง

ส้มโอ สมุนไพร ผลไม้ สรรพคุณของส้มโอ

ต้นส้มโอ ภาษาอังกฤษ เรียก Pomelo ชื่อวิทยาศาสตร์ของส้มโอ คือ Citrus maxima (Burm.) Merr. เป็นพืชตระกูลส้ม  สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของส้มโอ เช่น มะขุน มะโอ (เหนือ) โกร้ยตะลอง (ภาษาเขมร)  ลีมาบาลี (ยะลา) และ สังอู (กะเหรี่ยง) เป็นต้น ส้มโอ มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย

ส้มโอในประเทศไทย

ส้มโอ เป็นพืชชนิดหนึ่ง นิยมรับประทานผลส้มโอเป็นผลไม้ จัดว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ มีการปลูกส้มโอเชิงพาณิชย์เพื่อบริโภคภายในประเทศ สำหรับการปลูกส้มโอในประเทศไทยในช่วงแรกๆ มีการปลูกบริเวณที่ราบลุ่มรอบๆแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมากมีการแพร่กระจายการปลูกทั่วภาคกลาง ประเทศไทยถือว่าเป็นที่มีการปลูกส้มโอที่มากที่สุดในโลก และ มีสายพันธ์ส้มโอที่มีมากที่สุดในโลกเช่นกัน แหล่งปลูกส้มโอของประเทศไทยในปัจจุบัน คือ จังหวัดชุมพร นครปฐม นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ และ เชียงราย

สายพันธุ์ส้มโอ

ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกส้มโอ และ มีสายพันธ์ส้มโอที่หลากหลาย ซึ่งแหล่งปลูกส้มโอที่สำคัญ คือ ที่ราบลุมภาคกลาง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม สำหรับสายพันธ์ส้มโอที่นิยมปลูกทางการค้า มี 7 สายพันธ์ ประกอบด้วย ส้มโอทับทิมสยาม ส้มโอทองดี ส้มโอขาวน้ำผึ้ง ส้มโอขาวใหญ่ ส้มโอขาวพวง ส้มโอขาวแตงกวา ส้มโอท่าข่อย และ ส้มโอปัตตาเวีย รายละเอียด ดังนี้

  • ส้มโอสายพันธุ์ทับทิมสยาม เป็นส้มโอที่ปลูกมากในจังหวัดนครศรีธรรมราช ลักษณะพิเศษ คือ เนื้อส้มโอสีแดงเข้ม รสหวาน กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม เปลือกบาง
  • ส้มโอสายพันธุ์ทองดี เป็นส้มโอที่ปลูกมากในจังหวัดนครปฐม ลักษณะพิเศษ คือ ผลโต กลม ไม่มีจุก รสหวาน ฉ่ำน้ำ เนื้อเป็นสีชมพู
  • ส้มโอสายพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ลักษณะพิเศษ คือ ผลใหญ่ กลมสูง และ ก้นเรียบ
  • ส้มโอสายพันธุ์ขาวใหญ่ เป็นส้มโอที่นิยมปลูกในจังหวัดสมุทรสงคราม ลักษณะพิเศษ คือ เนื้อขาวอมเหลือง รสเปรี้ยวอมหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีเมล็ดน้อย
  • ส้มโอสายพันธุ์ขาวพวง สายพันธ์นี้เป็นสายพันธ์ดังเดิม ลักษณะพิเศษ คือ ผลกลม มีจุกสูง ผิวเรียบ สีเปลือกเขียวอ่อนอมเหลือง และ มีเมล็ดน้อย
  • ส้มโอสายพันธุ์ขาวแตงกวา เป็นส้มโอที่นิยมปลูกในจังหวัดชัยนาท ลักษณะพิเศษ คือ ผลขนาดกลาง กลมแป้น เปลือกบาง และ เนื้อสีขาว
  • ส้มโอสายพันธุ์ท่าข่อย เป็นส้มโอสายพันธ์พื้นเมืองของจังหวัดพิจิตร
  • ส้มโอสายพันธุ์ปัตตาเวีย เป็นส้มโอของทางภาคใต้

ความเชื่อเกี่ยวกับส้มโอ
ส้มโอ เป็นผลไม้ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น เนื่องจากส้มโอจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความอุดมณ์สมบรู์ ดินดี น้ำดี จึงมีการนำส้มโอมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชิวิต รวมถึงพิธีกรรมต่างๆในสังคม เช่น พิธีไหว้พระจันทร์ของชาวจีน จะใช้ส้มโอเป็นเครื่องเซ่นไหว้สำคัญ นอกจากนั้น ส้มโอ เป็นสัญลักษณ์แทนศีรษะของชาวจีนที่เสียชีวิตในการกู้ชาติ อีกด้วย

ลักษณะของต้นส้มโอ

ต้นส้มโอ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง นิยมรับประทานผลส้มโอเป็นอาหาร สำหรับการขยายพันธ์ส้มโอสามารถใช้การเพาะเมล็ดพันธ์ การติดตา การตอนกิ่ง และ การเสียบกิ่ง ลักษณะของต้นส้มโอ มีดังนี้

  • ลำต้นส้มโอ ลักษณะของลำต้นเป็นทรงไม่แน่นอน เหลี่ยมบ้าง กลมบ้าง ความสูงของลำต้นประมาณ 10 เมตร แตกกิ่งก้านมากมาย มีขนปกคลุมตามลำต้น ลำต้นเป็นทรงพุ่ม เปลือกของลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมเทา เนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว
  • ใบส้มโอ ลักษณะเป็นใบเลี้ยงคู่ เรียงสลับกันตามกิ่ง ใบส้มโอมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม ใบหนา และเป็นมัน รูปร่างคล้ายรูปไข่ยาว ปลายใบมน และ ใบมีรอยเว้าตรงกลางเป็นรูปหัวใจ ขอบใบหยักเล็กน้อย มีขนนุ่มปกคลุม
  • ดอกส้มโอ ลักษณะเป็นช่อ ออกดอกเดี่ยว ดอกออกบริเวณปลายกิ่งอ่อน ดอกมีขนาดใหญ่ กลีบดอกสีขาว กลีบดอกมีรูปหอก กลีบดอกหนา ดอกส้มโอจะออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี
  • ผลส้มโอ เจริญเติบโตจากดอกส้มโอ ผลส้มโอสามารถเก็บผลผลิดประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี ลักษณะผลค่อนข้างกลม ผลมีขนาดใหญ่ ผลอ่อนเป็นสีเขียว ส่วนผลสุกมีสีเขียวอมเหลือง เปลือกของผลหนา มีต่อมน้ำมันจำนวนมาก  ส่วนเนื้อผลแบ่งออกเป็นกลีบๆเรียงติดกันเป็นวงกลม ภายในกลีบจะฉ่ำน้ำให้รสหวานอมเปรี้ยว
  • เมล็ดส้มโอ อยู่ในผลส้มโอ เมล็ดส้มโอลักษณะแบน เปลือกเมล็ดมีสีเขียวอมเหลือง และเป็นร่องลึก

คุณค่าทางโภชนาการของส้มโอ

สำหรับการรับประทานส้มโอเป็นอาหาร นิยมรับประทานเนื้อของผลส้มโอ นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของส้มโอขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงานมากถึง 38 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 9.62 กรัม กากใยอาหาร 1 กรัม ไขมัน 0.04 กรัม โปรตีน 0.76 กรัม วิตามินบี1 0.034 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.027 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.22 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.036 มิลลิกรัม วิตามินซี 61 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 4 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.11 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.017 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 216 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 0.08 มิลลิกรัม

สรรพคุณของส้มโอ

สำหรับการใช้ประโยชน์จากส้มโอ ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ผลส้มโอ เปลือกส้มโอ ใบส้มโอ รากส้มโอ เมล็ดส้มโอ และ ดอกส้มโอ สรรพคุณของส้มโอ ดังนี้

  • ผลส้มโอ สรรพคุณช่วยขับสารพิษในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ช่วยเจริญอาหาร บำรุงเหงือและฟัน แก้เมาสุรา แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ไอ ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลม
  • เปลือกส้มโอ สรรพคุณแก้ไอ แก้เวียนหัว ขับเสมหะ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี แก้ไอ ช่วยขับเสมหะ แก้จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยขับลม แก้อาการคัน รักษาโรคผิวหนัง รักษาฝี ช่วยต้านเชื้อโรค
  • ใบส้มโอ สรรพคุณแก้ปวดหัว แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปวดบวม
  • รากส้มโอ สรรพคุณแก้ไข้หวัด แก้ไอ แก้จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยต้านเชื้อโรค
  • เมล็ดส้มโอ สรรพคุณแก้ไข้หวัด แก้ไอ แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ช่วยต้านเชื้อโรค
  • ดอกส้มโอ สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลม แก้ปวดท้อง

โทษของส้มโอ 

สำหรับส้มโอ เปลือกส้มโอมีน้ำมันมาก ไม่สามารถรับประทานได้ หากน้ำมันหอมระเหยเข้าตาทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา หากรับประทานทำให้เกิดอาการเวียดศรีษะ อาเจียนได้ รวมถึงเมล็ดส้มโอ มีความขมมาก หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้อาเจียนได้

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ เรารวบรวมสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เช่น บำรุงเลือด บำรุงทางเดินหายใจ บำรุงทางเดินอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพรรักษาหัวใจ
บำรงหัวใจและหลอดเลือด
สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพรลดคอเรสเตอรัล สมุนไพร สมุนไพรลดไขมัน
ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพรสมานแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล
สมุนไพรยาระบาย สมุนไพรรักษาท้องผูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย และ แก้ท้องผูก
สมุไพรขับประจำเดือน สมุนไพรสำหรับสตรี สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรถ่ายพยาธิ สมุนไพรขับพยาธิ สมุุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพรแก้ท้องร่วง สมุไพรต้านแบคทีเรีย สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรท่านชาย สมุนไพรไทย สมุนไพร
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สมุนไพรน่ารู้ พืชสมุนไพร เพื่อใช้ดูแลสุขภาพ เน้นพึ่งตนเองในเบื้องต้น ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติ สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้
หอมหัวใหญ่ สมุนไพรในครัว สมุนไพรกลิ่นฉุน สรรพคุณของหอมใหญ่
หอมหัวใหญ่
มังคุด เปลือกมังคุด สมุนไพร พืชเศรษฐกิจ
มังคุด
มะขามป้อม มะขามอินเดีย สมุนไพร พืชพื้นบ้าน
มะขามป้อม
มะระ สมุนไพร พืชสวนครัว สรรพคุณของมะระ
มะระ
ฟักทอง สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง สมุนไพร
ฟักทอง
มะรุม สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สรรพคุณของมะรุม
มะรุม
มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม
มะตูม
อบเชย สมุนไพรเครื่องเทศ สมุนไพรกลิ่นหอม สมุนไพร
อบเชย

โรคต่างๆ ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคเบาหวาน โรค อาการโรคเบาหวาน เบาหวาน
โรคเบาหวาน
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย โรคเด็ก สุขภาพ ลูกหยุดสูง
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย โรคมะเร็ง รักษาลูเคีเมีย
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ ฉี่เป็นเลือด
โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
โรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก โรคต่างๆ การรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์
โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม้ติดต่อ การรักษาโรคความดัน
โรคความดันโลหิตสูง