ต้นแมงลัก เม็ดแมงลัก สมุนไพร นิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร ใบแมงลักให้กลิ่นหอมช่วยดับคาวอาหารได้ สรรพคุณของแมงลัก เช่น บำรุงระบบเลือด ช่วยขับลม รักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคผิวหนัง โทษของต้นแมงลัก มีอะไรบ้าง

เมล็ดแมงลัก ใบแมงลัก สมุนไพร พืชพื้นบ้าน

ต้นแมงลัก ภาษาอังกฤษ เรียก Lemon basil ชื่อวิทยาศาสตร์ของแมงลัก คือ Ocimum × africanum Lour. จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับต้นกะเพรา สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของต้นแมงลัก เช่น ก้อมก้อข้าว มังลัก อีตู่ เป็นต้น ใบแมงลัก มีกลิ่นหอม นิยมนำมาทำอาหาร ช่วยดับคาว และเพิ่มความหอมของอาหารได้ดี เมนูอาหารที่นำใบแมงลักมาทำอาหาร เช่น แกงเลียง แกงหน่อไม้ เป็นต้น

แมงลักในประเทศไทย

สำหรับแมงลักในประเทศไทย จัดว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง มีการปลูกแมงลัก เพื่อผลิตใบสดและเมล็ดแมงลักในเชิงพาณิชย์ แหล่งเพาะปลูกแมงลักภายในประเทศไทย สามารถให้ผลผลิตได้เพียง 112 กิโลกรัม ต่อพื้นที่เพียง 148 ไร่เท่านั้น ซึ่งเป็นอัตราส่วนผลผลิตต่อไร่ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับการปลูกต้นกะเพราและต้นโหระพา เราสามารถพบเห็นต้นแมงลักได้ทั่วไปตามตลาด และ สายพันธุ์แมงลัก ที่นิยมปลูกในประเทศไทย คือ แมงลักสายพันธุ์ศรแดง เป็นสายพันธ์แมงลักที่ใบใหญ่

ลักษณะของต้นแมงลัก

ต้นแมงลัก จัดเป็นพืชล้มลุก ในกลุ่มพืชตระกูลเดียวกับต้นกะเพราและต้นโหระพา สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ ลักษณะของต้นแมงลัก มีดังนี้

  • ลำต้นของแมงลัก เนื้อไม้ของต้นแมงลักอ่อน อวบน้ำ ความสูงประมาณ 50 เซ็นติเมตร ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านค่อนข้างเป็นทรงเหลี่ยม เปลือกลำต้นสีเขียว มีระบบรากเป็นแก้วและรากฝอย รากของต้นแมงลักสามารถลึกได้ถึง 30 เซ็นติเมตร
  • ใบแมงลัก ลักษณะเป็นใบเดี่ยว สีเขียว ออกตามกิ่งของต้นแมงลัก ใบเป็นทรงรี ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมน มีขนอ่อนปกคลุมทั่วใบ
  • ดอกแมงลัก ลักษณะของดอกออกเป็นช่อ ดอกออกเป็นกระจุก กลีบดอกสีเขียว
  • เมล็ดแมงลัก อยู่ภายในดอกแก่ของต้นแมงลัก เมล็ดแมงลักมีลักษณะรีแบน สีดำ สามารถนำมาขยายพันธ์ได้

คุณค่าทางโภชนาการของแมงลัก

ต้นแมงลัก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย จากใบแมงลักสดและเมล็ดแมงลัก ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของแมงลัก มีรายละเอียดดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของใบแมงลัก ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 32 แคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย แคลเซียม 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 86 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินเอ 10,666 มิลลิกรัม ไทอามีน 0.30 มิลลิกรัม ไรโบเฟลวิล 0.14 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.0 มิลลิกรัม วิตามินซี 78 มิลลิกรัม กากใยอาหาร 2.6 กรัม คาร์โบไฮเดรต 11.1 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม และโปรตีน 2.9 กรัม

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดแมงลัก ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 420 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 54 กรัม โปรตีน 15 กรัม ไขมัน 16 กรัม กากใยอาหาร 54 กรัม

น้ำมันหอมระเหยจากใบแมงลัก ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด มี 3 ชนิด ประกอบด้วย methyl cinnamate , d-camphor และ polyuronide

สรรพคุณของแมงลัก

การใช้ประโยชน์จากต้นแมงลักด้านสมุนไพร เพื่อการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เราใช้ประโยชน์จาก ใบแมงลัก และ เม็ดแมงลัก ซึ่งสรรพคุณของต้นแมงลัก มีดังนี้

  • เมล็ดแมงลัก สรรพคุณยาระบายอ่อนๆ ลดอาการท้องผูก ช่วยย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น เสริมการสร้างกระดูก ป้องกันโรคกระดูกเสื่อม ช่วยอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดน้ำหนัก
  • ใบแมงลัก สรรพคุณช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงผิวพรรณ บำรุงสายตา ป้องกันโรคมะเร็ง แก้เจ็บคอ แก้ไอ ช่วยขับเสมหะ รักษาไข้หวัด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ท้องผูก ป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษากลากน้ำนม

ข้อควรระวังการบริโภคเม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลักมีสรรพคุณด้านสมุนไพรมากมาย แต่การรับประทานเม็ดแมงลัก มีข้อควรระวังในการรับประทาน ดังนี้

  • ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เนื่องจาก เมล็ดแมงลักจะพองตัวในกระเพาะ ทำให้แน่นท้องมากเกินไป
  • เมล็ดแมงลักหากรับประทานในขณะที่เมล็ดยังพองตัวไม่สุด เมล็ดแมงลักจะดูดน้ำในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำได้ หรือ ภาวะลำไส้อุดตันได้
  • ขณะระหว่างที่รับประทานยา ควรงดการกินเม็ดแมงลัก เนื่องจากเมล็ดแมงลักจะดูดซึมยาที่ใช้รักษาร่างกาย ทำให้ฤทธิ์ของยาไม่มีประสิทธิภาพ
  • หากต้องการลดความอ้วนด้วยการรับประทานเม็ดแมงลัก ควรเป็นมื้อเย็นแทนการรับประทานอาหาร และ ไม่ควรรับประทานทุกมื้อ เพราะ อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • เม็ดแมงลักที่ขายตามท้องตลาด อาจมีเชื้อราปะปน เมื่อนำมารับประทาน อาจทำให้ท้องเสีย และ เป็นพิษต่อร่างกายได้

มะเฟือง นิยมรับประทานผลมะเฟืองเป็นอาหาร ลักษณะของต้นมะเฟืองเป็นอย่างไร สรรพคุณของมะเฟือง เช่น ทำให้ชุ่มคอ ขับเสมหะ เป็นยาระบายอ่อนๆ ผลมะเฟืองมีความเป็นกรดควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

มะเฟือง ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณของมะเฟือง

ต้นมะเฟือง ภาษาอังกฤษ เรียก Star fruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะเฟือง คือ Averrhoa carambola L. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของมะเฟือง เช่น เฟือง เป็นชื่อเรียกของภาษาใต้ การรับประทานมะเฟืองเป็นที่นิยมมากในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ด้วนรสชาติจะออกเปรี้ยวแบบเฝื่อนๆ มีคุณค่าทางอาหารสูงมีวิตามินและแร่ธาตุอยู่หลายชนิด อาหารที่มีมะเฟือง เช่น น้ำมะเฟือง แหนมเนือง สลัดหมูย่าง เป็นต้น

มะเฟือง เป็นพืชท้องถิ่นของเอเชีย พบในประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย อินเดีย และศรีลังกา และเอเชียตะวันออกบางส่วน เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ในประเทศแถบเส้นศูยน์สูตร ปัจจุบันมีการปลูกมะเฟืองเชิงพาณิชย์มากในประเทศสหรัฐอเมริการอยู่ที่ฟลอริดาตอนใต้และฮาวาย

มะเฟืองในประเทศไทย

สำหรับมะเฟืองในประเทศไทยมีการปลูกเชิงพาณิชย์เพื่อการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ เป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิด การส่งออกจะส่งออกไปเฉพาะประเทศในแถบทวีปยุโรป

สายพันธ์มะเฟือง

สำหรับการแบ่งสายพันธ์ของมะเฟืองจะมี 2 สายพันธ์หลัก คือ มะเฟืองสายพันธ์เปรี้ยว และ มะเฟืองสายพันธ์หวาน โดยสายพันธุ์เปรี้ยว จะเป็นสายพันธุ์พื้นเมือง รสเปรี้ยวมาก ส่วน สายพันธุ์หวาน เป็นสายพันธืจากต่างประเทศ จะมีผลขนาดใหญ่ เนื้อให้รสหวานหรือหวานอมเปรี้ยว แต่สำหรับสายพันธุ์มะเฟืองที่พบในไทย เราพบอยู่ 5 สายพันธ์ คือ สายพันธ์พื้นเมือง สายพันธ์ศรีเวียง สายพันธ์ดารสยาม สายพันธ์กวางตั้ง สายพันธ์ไต้หวัน และ สายพันธ์มาเลเซีย โดยรายละเอียดแต่ละสายพันธ์ มีดังนี้

  • มะเฟืองสายพันธ์ุพื้นเมือง ปัจจุบันพบน้อยมาก ไม่เป็นที่นิยมเนื้องจากผลเปรี้ยวมาก
  • มะเฟืองสายพันธุ์ศรีเวียง เป็นสายพันธ์ุพื้นเมืองที่กลายพันธ์ ลักษณะรูปทรงเหมือนสายพันธ์พื้นเมืองแต่ผลมีรสหวาน
  • มะเฟืองสายพันธุ์ดาราสยาม เป็นสายพันธ์ที่ได้รับการพัฒนาจนผลมีความหวานมาก
  • มะเฟืองสายพันธุ์ไต้หวัน ลักษณะผลขนาดใหญ่ ให้รสหวาน เป็นสายพันธุ๋พื้นเมืองของประเทศไต้หวัน
  • มะเฟืองสายพันธุ์กวางตุ้ง ลักษณะผลขนาดใหญ่ รสหวาน เป็นสายพันธ์พันธุ์พื้นเมืองของประเทศจีน
  • มะเฟืองสายพันธุ์มาเลเชีย ลักษณะผลใหญ่ รสหวานอมเปรี้ยว เป็นสายพันธ์ุจากประเทศมาเลเชีย ปัจจุบันเป็นสายพันธ์ุมพเพฟืองที่นิยมปลูกมากที่สุด

ลักษณะของต้นมะเฟือง

ต้นมะเฟือง เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลาง ใช้เวลาปลูกเพื่อให้ผล 4 ถึง 5 ปี สามารถขยายพันธุ์ด้วยการ ต่อยอด ตอนกิ่ง การติดตา และเพาะเมล็ดพันธุ์ ลักษณะของต้นมะเฟือง มีลักษณะดังนี้

  • ลำต้นมะเฟือง ความสูงประมาณ 10 เมตร เปลือกของลำต้นเรียบ เป็นสีน้ำตาลอมดำ ลำต้นมีลักษณะเปลือกเป็นรอยแตกตามยาว และ ลำต้นแตกกิ่งก้านจำนวนมาก
  • ใบมะเฟือง ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว จะออกใบใหม่ตลอดทั้งปี ใบมะเฟืองคล้ายใบมะยม ใบเรียบเป็นมัน มีขนปกคลุม ฐานใบเบี้ยวมน ปลายใบแหลม มีก้านใบเป็นสีม่วง ใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม
  • ดอกมะเฟือง จะออกดอกเป็นช่อ ซึ่งออกดอกตามกิ่งและลำต้น ดอกตูมจะมีสีม่วงแดง ส่วนดอกบานเป็นสีแดงม่วง สีขาว หรือชมพู ดอกมะเฟืองออกดอกทั้งปี สามารถให้ผลได้ทั้งปี
  • ผลมะเฟือง เจริญเติบโตมาจากดอกมะเฟือง ผลลักษณะกลมรี ผลยุบลงเป็นลักษณะแฉก คล้ายดวงดาว ผลหนึ่งอาจมี 5 ถึง 6 แฉก ผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน ผลสุกจะเป็นสีเหลือง ภายในผลมีเนื้อที่ฉ่ำน้ำ มีรสชาติแล้วแต่สายพันธุ์ ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 5 – 10 เมล็ดต่อผล

คุณค่าทางโภชนาการของมะเฟือง

สำหรับการรับประทานมะเฟืองจะรับประทานผลมะเฟืองทั้งแบบผลสดและผลสุก ซึ่งนักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลมะเฟืองสด ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานมากถึง 31 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 6.73 กรัม น้ำตาล 3.98 กรัม กากใยอาหาร 2.8 กรัม ไขมัน 0.33 กรัม โปรตีน 1.04 กรัม ลูทีนและซีแซนทีน 66 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.014 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.016 มิลลิกรัม วิตามินบี3 0.367 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.391 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.017 มิลลิกรัม วิตามินบี9 12 ไมโครกรัม โคลีน 7.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 34.4 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.15 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 3 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.08 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.037 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 133 มิลลิกรัม
ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 0.12 มิลลิกรัม

ผลมะเฟือง พบว่ามีสารออกซาลิก ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด การรับประทานผลมะเฟืองมากเกินไปอาจทำให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้ สำหรับคนที่มีปัญหาปวดท้องน้อยเป็นประจำอาจเกิดจากนิ่วในไต ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง รวมถึงกลุ่มคนที่กินยาลดไขมันอยู่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินมะเฟือง เน่ื่องจากมะเฟืองจะทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ดี

สรรพคุณของมะเฟือง

สำหรับการใช้ประโยชน์จากมะเฟือง ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ผลมะเฟือง เมล็ดมะเฟือง ใบมะเฟือง ดอกมะเฟือง เปลือกต้นมะเฟือง และ รากมะเฟือง ซึ่งสรรพคุณของมะเฟือง มีดังนี้

  • รากมะเฟือง สรรพคุณแก้ปวดหัว รักษาหวัด บรรเทาอาการโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
  • เปลือกลำต้นมะเฟือง สรรพคุณรักษาแผลสด แก้ท้องเสีย
  • ใบมะเฟือง สรรพคุณช่วยลดไข้ รักษาหวัด ช่วยขับปัสสาวะ รักษานิ่ว รักษารังแค แก้ผื่นคัน รักษาแผล บรรเทาปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • ดอกมะเฟือง สรรพคุณช่วยลดไข้ ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับสารพิษ
  • ผลมะเฟือง สรรพคุณทำให้ชุ่มคอ แก้คอแห้ง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับเสมหะ แก้เมารถ แก้อาเจียน ช่วยผ่อนคลาย ทำให้หลับง่าย เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับประจำเดือน ช่วยเจริญอาหาร ขับน้ำลาย ช่วยขับปัสสาวะ รักษาหนองใน ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงหัวใจ แก้ท้องเสีย
  • เมล็ดมะเฟือง นำมาต้มน้ำดื่ม สรรพคุณช่วยให้นอนหลับง่าย แก้ปวดเมื่อย ช่วยขับประจำเดือน บรรเทาอาการปวดท้อง

โทษของมะเฟือง

การใช้ประโยชน์จากมะเฟือง ด้านการรับประทานมะเฟือง มีข้อควรระวัง ต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งการรับประทานมะเฟืองมากเกินไปทำให้เกิดโทษ ซึ่งโทษของมะเฟือง มีดังนี้

  • มะเฟืองมีสารออกซาลิกก่อให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยโรคไตไม่ควรรับประทานมะเฟือง
  • สำหรับคนที่กินยาลดไขมันไม่ควรรับประทานมะเฟือง เนื่องจากมะเฟืองยังออกฤทธิ์ต้านยาลดไขมัน
  • เมล็ดมะเฟืองมีสรรพคุณช่วยขับประจำเดือน สำหรับสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้เมล็ดมะเฟือง เพราะ อาจทำให้ตกเลือด แท้งลูกได้
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
เรารวบรวมสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เช่น บำรุงเลือด บำรุงทางเดินหายใจ บำรุงทางเดินอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรบำรุงหัวใจ สมุนไพรรักษาหัวใจ
บำรงหัวใจและหลอดเลือด
สมุนไพรลดไขมันในเส้นเลือด สมุนไพรลดคอเรสเตอรัล สมุนไพร สมุนไพรลดไขมัน
ลดไขมันในเส้นเลือด
สมุนไพรรักษาแผล สมุนไพรสมานแผล สมุนไพร สมุนไพรไทย
รักษาแผล
สมุนไพรยาระบาย สมุนไพรรักษาท้องผูก สมุนไพร สมุนไพรไทย
ยาระบาย
สมุไพรขับประจำเดือน สมุนไพรสำหรับสตรี สมุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยขับประจำเดือน
สมุนไพรถ่ายพยาธิ สมุนไพรขับพยาธิ สมุุนไพร สมุนไพรไทย
ช่วยถ่ายพยาธิ
สมุนไพรแก้ท้องเสีย สมุนไพรแก้ท้องร่วง สมุไพรต้านแบคทีเรีย สมุนไพรไทย
แก้ท้องเสีย
สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ สมุนไพรท่านชาย สมุนไพรไทย สมุนไพร
เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
หอมหัวใหญ่ สมุนไพรในครัว สมุนไพรกลิ่นฉุน สรรพคุณของหอมใหญ่
หอมหัวใหญ่
มังคุด เปลือกมังคุด สมุนไพร พืชเศรษฐกิจ
มังคุด
มะขามป้อม มะขามอินเดีย สมุนไพร พืชพื้นบ้าน
มะขามป้อม
มะระ สมุนไพร พืชสวนครัว สรรพคุณของมะระ
มะระ
ฟักทอง สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ของฟักทอง สมุนไพร
ฟักทอง
มะรุม สมุนไพร ผักพื้นบ้าน สรรพคุณของมะรุม
มะรุม
มะตูม ต้นมะตูม สมุนไพร สรรพคุณของมะตูม
มะตูม
อบเชย สมุนไพรเครื่องเทศ สมุนไพรกลิ่นหอม สมุนไพร
อบเชย

โรคต่างๆ
ภาวะความผิดปรกติของร่างกาย เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตุได้ และ แนวทางการรักษาโรค สำหรับโรคน่ารู้ มีดังนี้
โรคเบาหวาน โรค อาการโรคเบาหวาน เบาหวาน
โรคเบาหวาน
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย โรคเด็ก สุขภาพ ลูกหยุดสูง
ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย โรคมะเร็ง รักษาลูเคีเมีย
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็ง โรคไม่ติดต่อ ฉี่เป็นเลือด
โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
โรคเก๊าท์ โรคข้อกระดูก โรคต่างๆ การรักษาโรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์
โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไม้ติดต่อ การรักษาโรคความดัน
โรคความดันโลหิตสูง