เจตมูลเพลิงแดง สมุนไพร ไม้ประดับดอกสวย รากสามารถนำมาทำยาได้ สรรพคุณหลากหลาย เช่น บำรุงกำลัง บำรุงเลือด ช่วยขับเสมหะ ขับพยาธิ ขับประจำเดือน โทษของเจตมูลเพลิงแดงเป็นอย่างไร

เจตมูลเพลิงแดง สมุนไพรไทย สรรพคุณเจตมูลเพลิงแดง

ต้นเจตมูลเพลิงแดง ภาษาอังกฤษ เรียก Rose-colored leadwort ชื่อวิทยาศาสตร์ของเจตมูลเพลิงแดง คือ Plumbago indica L. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของเจตมูลเพลิงแดง เช่น ปิดปีแดง ปิดปิวแดง ไฟใต้ดิน ตอชูกวอ ตั้งชู้โว้ คุ้ยวู่ อุบ๊ะกูจ๊ะ จื่อเสี่ยฮวา หงฮวาตัน   เจ็ดหมุนเพลิง เป็นต้น มีถิ่นกำเนิดในเอเชีย พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ไม่ชอบน้ำมาก เจริญได้ดี ในที่แสงแดดรำไร ประโยชน์ของเจตมูลเพลิงแดง เช่น เปลือกใช้เป็นยาฆ่าแมงคาเรืองเข้าหู ยอดอ่อนและใบ ใช้รับประทานเป็นผักสดได้ หรือนำไปปรุงเป็นอาหารหลายเมนู เช่น แกงคั่ว แกงเผ็ด แกงเนื้อ เป็นต้น

ลักษณะของต้นเจตมูลเพลิงแดง

เจตมูลเพลิงแดง จัดเป็นพืชล้มลุก ประเภทไม้พุ่ม อายุหลายปี พบได้ตามป่าดงดิบ ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณทั่วไป ทุกภาคในไทย สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มรำไร ลักษณะของต้นเจตมูลเพลิงแดง มีดังนี้

  • ลำต้นเจตมูลเพลิงแดง ความสูงไม่มาก ไม่เกิน 1.5 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างมาก ลำต้นกลมเรียบ ยอดอ่อนสีแดง กิ่งสีเขียวปนแดง
  • ใบเจตมูลเพลิงแดง ใบปลายแหลม รูปไข่ โคนใบมน เป็นใบเดี่ยว กว้าง 3-5 ซม. และ ยาว 8-13 ซม. ก้านใบ และ แกนกลางใบอ่อน มีสีแดง
  • ดอกเจตมูลเพลิงแดง ออกดอกเป็นช่อ ประมาณ 10-15 ดอก สีแดงสด มี 5 กลีบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้ง เกสรตัวผู้ และ รังไข่เพศเมีย สามารถผสมภายในดอกเองได้
  • ผลเจตมูลเพลิงแดง เป็นฝักกลม ผลมีรูปทรงรียาว มีขนไม่ยาวมาก ผลเป็นผลแห้ง เมื่อแก่จะแตกออกตามร่อง

สารสำคัญของเจตมูลเพลิงแดง

สำหรับการศีกษาสารสำคัญต่างๆในเจตมูลเพลิงแดง ซึ่งมีฤทธิ์ทางยา ช่วยแก้อาการผิดปกติ และ รักษาโรคต่างๆ พบว่า มีรายละเอียด ดังนี้

  • สารสกัดทั้งต้นพบ Plumbagin, D-Naphthaquinone
  • สารสกัด และจำแนกเป็นจำพวกแนฟธาควิโนน (Naphthaquinone) ชื่อว่า Plumbagin, 3-chloroplumbagin, α-naphthaquinone มีฤทธิ์ ทางผิวหนัง หากถูกผิวหนังจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือ เป็นผื่นแดงไหม้ ไม่ควรใช้ เจตมูลเพลิงแดงมากเกินไป
  • สาร Plumbagin ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้มีการหลั่งน้ำย่อยเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความอยากอาหาร มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ต้านเชื้อมาลาเรีย ต้านโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ ต้านความสามารถในการสืบพันธุ์ ต้านการเกิดเนื้องอก ต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ และ เซลล์มะเร็งทุกชนิด นอกจากนั้น ยังมีฤทธิ์ยับยั้ง การสังเคราะห์ Chitin ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เรื่อง การออกดอกของกล้วยไม้ และ สามารถยับยั้งการเจริญของไส้เดือนฝอย
  • สาร Napthoquinone สามารถช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ ฤทธิ์ต่อต้านยีสต์ และ แบคทีเรีย ยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อรา

สรรพคุณของเจตมูลเพลิงแดง

เจตมูลเพลิงแดง มีฤทธิ์ตามตำรับยาไทยโบราณ เป็น ยาร้อน มีฤทธิ์ส่งเสริมธาตุไฟ ปรับสมดุล สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย เพราะ มีสารสำคัญ มีฤทธิ์ทางยา กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ต้านเชื้อโรค และ กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก สรรพคุณทางยาสามารถใช้ได้จาก ราก ทั้งต้น ดอกและใบ สรรพคุณของเจตมูลเพลิงแดง มีดังนี้

  • รากเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ บำรุงกำลัง เป็นยาขับเลือด ช่วยฟอกเลือด บำรุงเลือด ทำให้ร่างกายอบอุ่น รักษาปอดบวม แก้ปวดฟัน แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ รักษาทางเดิกปัสสาวะอักเสบ รักษากามโรค รักษาริดสีดวงทวาร ช่วยขับประจำเดือน แก้อาการตกขาว บำรุงสำหรับสตรีหลังคลอด แก้ปวดเมื่อย
  • ใบเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณช่วยขับลม ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร
  • ทั้งต้นเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณเป็นยาขับเลือด ช่วยฟอกเลือด แก้ปวดท้อง รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลฝี รักษาแผลหนอง แก้ฟกช้ำ
  • ดอกเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณรักษาโรคตา ช่วยให้ผ่อนคลาย
  • ผลเจตมูลเพลิงแดง สรรพคุณรักษาแผลฝี ถ่ายพยาธิผิวหนัง

ตำรับยาที่เกี่ยวข้องกับเจตมูลเพลิงแดง 

เจตมูลเพลิงแดง เป็นยาร้อน มีฤทธิ์บำรุงธาตุไฟ การนำมาใช้เดี่ยวๆ จะรักษาได้บางโรค บางอาการ เท่านั้น และ ใช้ได้เป็นครั้งคราว การเข้ายากับ สมุนไพร ชนิดอื่น ตามตำรายาโบราณ จะช่วยลดทอน ฤทธิ์ซึ่งกันและกัน สามารถใช้เป็นยาบำรุง ใช้ได้เป็นเวลาติดต่อกันยาวนาน ตำรับยาที่เกี่ยวข้องกับเจตมูลเพลิงแดง ได้แก่

  • ตำรับยาเบญจกูล ประกอบด้วย รากเจตมูลเพลิงแดง รากชะพลู เหง้าขิงแห้ง เถาสะค้าน และผลดีปลี สัดส่วนที่ใช้ คือ ใช้รากเจตมูลเพลิง 16 ส่วน กองวาโยธาตุ ใช้รากเจตมูลเพลิง 8 ส่วน และ กองอากาศธาตุ ใช้รากเจตมูลเพลิง 2 ส่วน สามารถช่วยต้านเซลล์มะเร็งปอด และ มะเร็งเต้านม ได้ดี เป็นยาบำรุงช่วยชะลอความแก่ เพราะ มีสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ตำรับยามันทธาตุ ประกอบไปด้วย สมุนไพร หลายชนิด ได้แก่ กระเทียม การบูร กานพลู โกฐเขมา โกฐเชียง โกฐจุฬาลัมพา โกฐสอ โกฐหัวบัว จันทร์แดง จันทร์เทศ ดีปลี เทียนขาว เทียนดำ เทียนแดง เทียนข้าวเปลือก เทียนตาตั๊กแตน รากช้าพลู รากเจตมูลเพลิงแดง รากไคร้เครือ เถาสะค้าน ลูกจันทร์ ลูกผักชีล้อม ลูกผักชีลา เปลือกสมุลแว้ง เปลือกโมกมัน พริกไทยล่อน หนักอย่างละ 1 ส่วน ขิง และลูกเบญกานี หนักอย่างละ 3 ส่วน ( ใช้ส่วนราก )
  • ตำรับยาธรณีสัณฑะฆาต เป็น ยาสรรพคุณคลายเส้น ประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด ได้แก่ กานพลู โกฐกระดูก โกฐเขมา โกฐน้ำเต้า ขิง ชะเอมเทศ ลูกกระวาน ลูกเร่ว ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เทียนขาว เทียนดำ รากเจตมูลเพลิงแดง หัวกลอย หัวกระดาดขาว หัวกระดาดแดง หัวดองดึง หนักอย่างละ 1 ส่วน ผักแพวแดง เนื้อลูกมะขามป้อม หนักอย่างละละ 2 ส่วน, รงทอง ( ประสะแล้ว ) หนัก 4 ส่วน, การบูร เนื้อลูกสมอไทย มหาหิงคุ์ หนักอย่างละ 6 ส่วน, ยาดำ หนัก 20 ส่วน และพริกไทยล่อน หนัก 96 ส่วน ( ใช้ส่วนราก )
  • ตำรับยาหอมนวโกฐ และ ยาประสะกานพลู เจตมูลเพลิงแดง เป็น ส่วนประกอบสำคัญ ช่วยรักษา กลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต หรือ ยาแก้ลม
  • ยาหอมอินทจักร์ แก้ไข้ทับระดูและระดูทับไข้ ตำรับยาแก้โรคเหงื่อออกมาก ยาสมุนไพรแก้โรควิงเวียนหน้ามืดตาลาย ตำรับยาขนานใหญ่ แก้โรคลมอัมพาต ยาสมุนไพรแก้โรคลมต่าง ๆ ยาแก้โรคประสาท ยาสมุนไพรแก้โรคกระเพาะ ยาแก้ธาตุทั้งสี่แปรปรวน

โทษของเจตมูลเพลิงแดง

ถึงแม้เจตมูลเพลิงแดงจะมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย ที่ใช้ในการนำมาทำยาตามตำราแพทย์แผนไทย แต่หากใช้อย่างไม่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม สามารถทำให้เกิดโทษได้ โทษของเจตมูลเพลิง มีดังนี้

  • สำหรับสตรีที่มีครรภ์ ไม่ควรห้ามรับประทานยาจาเจตมูลเพลิงแดง เนื่องจากเจตมูลเพลิงแดงมีสรรพคุณในการขับเลือด ซึ่งอาจเกิดการกระตุ้นมดลูก เป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้
  • เนื่องจากรากของเจตมูลเพลิงแดงมีน้ำยาง มีฤทธิ์ทำลายเยื่ออ่อน เมื่อถูกผิวหนัง จะทำให้ผิวหนังไหม้ และ พองได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ เจตมูลเพลิงแดง หากต้องการใช้ราก จะต้องสวมถุงมือทุกครั้ง
  • การรับประทานเจตมูลเพลิงแดง อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร และ อาจเป็นพิษได้
  • ยางจากรากเจตมูลเพลิงแดง หากถูกผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคือง ไหม้พองที่ผิวได้

หนุมานประสานกาย สมุนไพร ไม้ประดับ กันยุงได้ สรรพคุณและประโยชน์ของหนุมานประสานกาย เช่น ขับพิษ ห้ามเลือด รักษาแผล โทษของหนุมานประสานกายเป็นอย่างไร

หนุมานประสานกาย สมุนไพร ไม้กันยุง สรรพคุณของหนุมานประสานกาย

ต้นหนุมานประสายกาย ภาษาอังกฤษ คือ Edible-stemed Vine ชื่อวิทยาศาสตร์ของหนุมานประสานกาย คือ Schefflera leucantha R.Vig. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของต้นหนุมานประสานกาย เช่น ว่านอ้อยช้าง ชิดฮะลั้ง กุชิดฮะลั้ง ต้นหนุมานประสานกาย พบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย นิยมปลูกเป็น สมุนไพร ประจำบ้าน และ กันยุง มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย สามารถเจริญได้ดีพื้นที่ร้อนชื้น ทนแดด สรรพคุณทางสมุนไพรของต้นหนุมานประสานกาย เช่น ช่วยรักษาแผลสด แก้ไอ รักษาโรคภูมิแพ้ รักษาวัณโรค แก้ร้อนใน ขับเสมหะ แก้อาการตกเลือด รักษาอาการเส้นเลือดฝอยในสมองแตก เป็นต้น

การใช้ประโยชน์ของหนุมานประสานกาย

นอกจากจะใช้ หนุมานประสานกาย เป็น ยาสมุนไพร ยังสามารถ ใช้ประโยชน์อื่นๆอีก ได้แก่

  • ปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะ เป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ไม่ต้องการการดูแลรักษามาก ดอกมีความความสวยงาม ผลเมื่อสุกสีแดงสด สวย สามารถปลูกในกระถางได้ ไม่ต้องกานพื้นที่มาก ทนแดดได้ดี สามารถปลูกกลางแจ้งได้
  • ปลูกเพื่อป้องกันยุง สามารถนำใบของ หนุมานประสานกาย มาทำเป็นยากันยุงได้ โดย ตากใบให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับน้ำมะพร้าว สัดส่วน 1 ต่อ 1 ต้มด้วยไฟแรง ประมาณ 5 นาที กรองเอากากออก ทิ้งไวจนเย็น สามรถนำมาทาเป็นยากันยุงได้ดี ออกฤทธิ์นานหลายชั่วโมง เหมาะสำหรับ ผู้ที่แพ้ยากันยุงที่ทำมาจากสารเคมี ใช้ทดแทนกันได้ดี
  • ใช้เป็น สมุนไพรยาสามัญประจำบ้าน แก้เจ็บคอ แก้ไอ เด็ดใบเคี้ยว สะดวก ไม่ต้องผ่านการต้ม

ลักษณะของต้นหนุมานประสานกาย 

หนุมานประสานกาย สามารถขยายพันธุ์โดย การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ เป็นไม้พุ่ม ลักษณะของต้นหนุมานประสานกาย มีดังนี้

  • ลำต้น ความสูงไม่เกิน 4 เมตร ลำต้นกลม เรียบ ไม่มีหนาม
  • ใบ ใบกระจายแบบนิ้วมือ มีประมาณ 8 ใบ รูปยาวรี ปลายแหลม แต่ละใบ มีความกว้างประมาณ 1.5-3 ซม. และ มีความยาวประมาณ 5-8 ซม. ผิวใบเรียบมัน
  • ดอก มีเป็นช่อ แต่ละดอกมีขนาดเล็ก สีเขียว เหลืองนวล ช่อหนึ่งยาวได้ประมาณ 3-5 นิ้ว
  • ผล ผลรูปทรงกลม ขนาดเล็ก มีน้ำมาก มีความกว้างประมาณ 4-5 มม. และ มีความยาวประมาณ 5-6 มม. ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่สุก จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด

ตัวยาสำคัญในหนุมานประสานกาย

หนุมานประสานกาย มีตัวยา ที่ถูกนำมาวิเคราะห์ทางเคมี และ แยกสารสำคัญออกมาแล้ว สารประกอบเชิงซ้อน ได้แก่ Butulinic acid, D-glucose, D-Xylose, Oleic acid, L-rhamnose และ สารซาโปนิน ( Saponins ) ซึ่งเป็นสารที่สกัดได้จากใบหนุมานประสานกาย มีฤทธิ์ขยายหลอดลมแต่ไปกดหัวใจ เป็นสารต้านทำหน้าที่ลดการหลั่ง เพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และ เร่งการหดตัวของบาดแผล ทำให้แผลปิดสนิทและหายเร็วขึ้น

สรรพคุณของหนุมานประสานกาย

สำหรับการใช้ประโยชน์จากหนุมานกาย ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค  สามารถใช้ประโยชน์จากทั้งต้น และ ใบ ซึ่งสรรพคุณของต้นหนุมานประสานกาย มีดังนี้

  • ทั้งต้นของหนุมานประสานกาย สรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
  • ใบหนุมานประสานกาย สรรพคุณรักษาหืดหอบ รักษาวัณโรค แก้ไอ รักษาไข้หวัด แก้เจ็บคอ รักษาแผลในช่องปาก ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับพิษ ช่วยแก้อาการตกเลือดเนื่องจากการคลอดบุตรของสตรี ช่วยสมานแผล ช่วยห้ามเลือด แก้อาการอักเสบบวม ช่วยแก้ช้ำใน

โทษของหนุมานประสานกาย  

หนุมานประสานกายไม่ได้มีแต่คุณประโยชน์ แต่ยังมีโทษด้วย หากไม่ระมัดระวังการใช้ประโยชน์ เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ประโยชน์ มีข้อควรระวัง ดังนี้

  • สำหรับสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหนุมานประสานกาย เพราะ อาจะส่งผลถึงทารกในครรภ์ได้
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไม่ควรรับประทานยาที่มีส่วนผสมของหนุมานประสานกาย เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ อาจทำให้หัวใจทำงานหนักจนเป็นอันตรายได้
  • ผู้ที่มีไข้สูง เพราะ อาจจะทำให้ไข้ไม่ลด เพราะ ไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดมากเกินไป
  • หลังออกกำลังกาย ไม่ควรกินหนุมานประสานกาย เพราะ จะทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป
  • ไม่ควรใช้ หนุมานประสานกาย ตัวเดียว เป็นยาเดี่ยว ติดต่อกันนานเกินไป เมื่ออาการหายดี ควรหยุดใช้ หากต้องการใช้เป็นยาดื่มบำรุง จะต้องใช้ตามตำรับ ยาสมุนไพรไทย เพราะ จะได้มีฤทธิ์ของสมุนไพรชนิดอื่น มาลดทอนฤทธิ์ซึ่งกันและกัน
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกประเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร รักษากระเพาะ บำรุงทางเดินอาหาร
สมุนไพรสำหรับความงาม สมุนไพรเพิ่ความงาม
เพื่อความสวยงาม
สมุนไพรแก้ปวด สมุนไพรแก้อักเสบ สมุนไพรไทย
แก้ปวด และ แก้อักเสบ
สมุนไพรล้างพิษ สมุนไพรช่วยขับสารพิษในร่างกาย
ช่วยขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรแก้นอนไม่หลับ สมุนไพรช่วยผ่อนคลาย
แก้นอนไม่หลับ และ ช่วยผ่อนคลาย
สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทย สมุนไพรปรับความดัน
ลดความดัน
สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ รักษาแผล
บำรุงผิว และ รักษาโรคผิวหนัง
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
ลิ้นงูเห่า สมุนไพร หญ้าลิ้นงูเห่า
ลิ้นงูเห่า
พริก สมุนไพร สรรพคุณของพริก สมุนไพรไทย
พริก
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร