ตะไคร้ สมุนไพร ที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ต้นตะไคร้เป็นอย่างไร สรรพคุณของตะไคร้ เช่น ช่วยเจริญอาหาร ลดความดัน แก้ปวดท้อง ลดไข้ โทษของตะไคร้เป็นอย่างไร

ตะไคร้ สมุนไพร สรรพคุณของตะไคร้

ตะไคร้ สมุนไพร เป็นไม้ล้มลุกวงศ์เดียวกันกับหญ้า มีอายุมากกว่า 1 ปี มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า ไทย ลาว มาเลเชีย อินโดนีเชีย เป็นต้น เป็นพืชที่มีสารอาหารและวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก

ตะไคร้ ภาษาอังกฤษ เรียก Lemon grass ชื่อวิทยาศาสตร์ของตะไคร้ คือ Cymbopogon citratus (DC.) สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของตะไคร้ เช่น คาหอม ไคร จะไคร เชิดเกรย หัวสิงไค เหลอะเกรย ห่อวอตะโป เฮียงเม้า เป็นต้น ตะไคร้สามารถพบได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งตะไคร้ที่นิยมปลูก มี 6 ชนิด คือ ตะไคร้หอม ตะไคร้ต้น ตะไคร้กอ ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค และ ตะไคร้หางสิงห์

ประโยชน์ของตะไคร้ นอกจากนำมาเป็นอาหารและทำยา ยังสามารถนำตะไคร้มาใช้ประโยชน์ได้จากกลิ่นเฉพาะตัวได้ เช่น ทำเครื่องดื่ม นำน้ำมันหอมระเหยมาเป็นส่วยประกอบของยานวด ทำน้ำยาหมักผมบำรุงเส้นผม นำมาทำเป็นยากันยุง เป็นต้น

ลักษณะของต้นตะไคร้ 

ต้นตะไคร้ เป็นพืชล้มลุกที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อายุเกิน 1 ปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน สามารถขยายพันธ์โดยการปักชำ และ แยกหน่อ ลักษณะของต้นตะไคร้ มีดังนี้

  • ลำต้น ลักษณะลำต้นตั้งตรง รูปทรงกระบอก ความสูงประมาณ 30-60 เซ็นติเมตร โคนลำต้นมีกาบใบหุ้มหนา ผิวเรียบ และมีขนอ่อนปกคลุม
  • ใบ ลักษณะของใบตะไค มี 3 ส่วน คือ ก้านใบ หูใบ และใบ ซึ่งใบตะไคร้เป็นใบเดี่ยว มีสีเขียว เรียวยาว ขอบใบคม ผิวใบสากมือ และมีขนปกคลุม
  • ดอกตะไคร้ ลักษณะดอกออกเป็นช่อ มีก้านช่อดอกยาว และมีก้านช่อดอกย่อยเรียงเป็นคู่ๆ ในแต่ละคู่จะมีใบประดับรองรับ มีกลิ่นหอม ดอกมีขนาดใหญ่คล้ายดอกอ้อ

คุณค่าทางโภชนาการของตะไคร้

สำหรับการบริโภคตะไคร้เป็นอาหาร นิยมใช้ส่วยของลำต้น ซึ่งจะมีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของตะไคร้ ขนาด 100 กรัม ให้พลังงานมากถึง  143 กิโลแคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญประกอบด้วย โปรตีน 1.2 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม คาร์โบไฮเดรต 29.7 กรัม กากใยอาหาร 4.2 กรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.6 มิลลิกรัม วิตามินเอ 43 ไมโครกรัม ไทอามีน 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม ไนอาซิน 2.2 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 1 มิลลิกรัม

น้ำมันหอมระเหยจากใบและลำต้นของตะไคร้ มีสารซิทราล ( Citral ) มากที่สุดประมาณร้อยละ 75 นอกจากนั้นยังประกอบด้วย ทรานซ์ไอโซซิทราล ( Trans-isocitral ) ไลโมเนน ( Limonene ) ยูจีนอล ( Eugenol ) ลินาลูล ( Linalool ) เจอรานิออล ( Geraniol ) คาริโอฟิวลีนออกไซด์ ( Caryophyllene oxide ) เจอรานิล อะซิเตท ( Geranyl acetate ) 6-เมทิล 5-เฮพเทน-2-วัน ( 6-Methyl 5-hepten-2-one ) 4-โนนาโนน ( 4-Nonanone ) เมทิลเฮพทีโนน ( Methyl heptennone ) ซิโทรเนลลอล ( Citronellol ) ไมร์ซีน ( Myrcene ) และ การบูร ( Camphor )

สรรพคุณของตะไคร้ 

สำหรับการใช้ประโชยน์จากตะไคร้ ในด้านการบำรุงร่างกายและรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ทั้งต้น เหง้า ราก ลำต้น และ ใบ สรรพคุณของตะไคร้ มีรายละเอียด ดังนี้

  • ทั้งต้นของตะไคร้ สรรพคุณแก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ เจริญอาหาร ขับเหงื่อ ไล่แมลง
  • เหง้านตะไคร้ สรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง รักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับปัสสาวะ ลดความดันสูง
  • ใบตะไคร้ สรรพคุณแก้กษัยเส้น ช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไข้
  • รากตะไคร้ สรรพคุณลดไข้ ปวดท้อง แก้ท้องเสีย
  • ลำต้นตะไคร้ สรรพคุณช่วยขับลม ช่วยเจริญอาหาร บำรุงเส้นผม
  • น้ำมันตะไคร้ สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ไล่แมลง

น้ำตะไคร้

สำหรับการทำน้ำตะไคร้ สามารถทำได้ โดย เตรียมตะไคร้สด 1 ต้น ต่อ 1 แก้ว นำมาล้างน้ำให้สะอาด ทุบให้แตก เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา นำมาหั่นเป็นท่อน เพื่อง่ายต่อการต้ม หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอมมากขึ้น สามารถเพิ่มใบเตย ประมาณ 3 ใบ มัดรวมกัน แล้วใส่เพิ่มขณะต้มได้ ตั้งน้ำเดือน ใส่ตะไคร้หั่นที่เตรียมไว้ เคี่ยวจนได้น้ำสีเขียวออกมา ตั้งทิ้งไว้พออุ่น แนะนำดื่มเลย จะดีต่อสุขภาพมากที่สุด แต่หากไม่ชินกับรส สามารถเติมน้ำตาลได้ตามชอบ

โทษของตะไคร้

สำหรับการใช้ประโยชน์จากตะไคร้ ต้องเลือกใช้อย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม มีข้อควรระวังในการใช้ประโยชน์จากตะไคร้ มีดังนี้

  • น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ ไม่ควรนำมารับประทาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองช่องปากและลำคอ ทำให้เกิดอาการอาเจียน และ หากกินมากเกินไปเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ อย่างไรก็ตามการรับประทานตะไคร้สดๆไม่มีรายงานว่ามีอันตราย แต่การรับประทานในประมาณที่มากเกินไปก็ไม่เป็นที่นิยมเช่นกัน

ดีปลี สมุนไพร สรรพคุณมากมาย เช่น บำรุงร่างกาย ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร บำรุงสตรี ผลดีปลีนิยมนำมาเป็นเครื่องเทศแทนพริกและพริกไทย แหล่งปลูกดีปลีในประเทศไทย

ดีปลี สมุนไพร สรรพคุณของดีปลี

ต้นดีปลี ภาษาอังกฤษ เรียก Long pepper ชื่อวิทยาศาสตร์ของดีปลี คือ Piper retrofractum Vahl สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของดีปลี เช่น ดีปลีเชือก ปานนุ ประดงข้อ พิษพญาไฟ ปีกผัวะ ต้นดีปลีมีถิ่นกำเนิดที่เกาะโมลัคคาส (Moluccas) ในมหาสมุทรอินเดีย นิยมใช้แทนพริกไทย ให้รสชาติคล้ายกัน ซึ่งปลูกมากในประเทศอินโดนีเซีย ไทย และ มาเลเซีย สำหรับประเทศไทยแหล่งปลูกดีปลี คือ พื้นที่ภาคใต้ กาญจนบุรี นครปฐม และ จันทบุรี

ประโยชน์ของดีปลี ใช้รับประทานเป็นผักสด เพิ่มรสชาติ ความเผ็ดร้อน แทนพริกไทยในการปรุงอาหาร ใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อปลา หรือ เนื้อสัตว์ได้ดี ใช้ในการหมักเนื้อสัดว์ เพราะ ดีปลีมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยถนอมอาหาร พวกของหมัก ของดอง แต่งรสการหมักได้ดี รวมถึงปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ไม้เลื้อยตามต้นไม้ใหญ่ เพิ่มความเย็น ชมใบสีเขียวสดดูชุ่มชื่น มีผลสีแดง สวยงาม และสกัดจากดีปลีสามารถกำจัดแมลง เพราะ ดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย ที่สามารถฆ่าแมลงด้วงงวง และ ด้วงถั่ว ได้ดี

ดีปลีในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย นิยมใช้ผลดีปลีเป็นส่วนประกอบของเครื่องเทศ ซึ่งให้กลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อน รวมถึงยังเป็นส่วนประกอบของตำรับยาแผนโบราณหลายตำรับ เช่น พิกัดเบญจกูล พิกัดตรีสันนิบาตผล พิกัดตรีกฎุก ยาอาภิสะ ยาหอมนวโกฐ ยาประสะกานพลู ยาประสะไพล ยาเหลืองปิดสมุทร ยาธาตุบรรจบ เป็นต้น ดีปลีจึงมีการปลูกเพื่อการพาณิชย์ ป้อนสู่ตลาดอุตสาหกรรมการผลิตยาแผนโบราณ แหล่งผลิตดีปลีในประเทศไทย คือ จังหวัดกาญจนบุรี(ตำบลบ้านใหม่ ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอเมือง) จังหวัดนครปฐม จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดนครศรีธรรมราช

ลักษณะของต้นดีปลี

ดีปลี เป็นไม้เลื้อย ชอบพื้นที่ชุ่มน้ำ ดินร่วนซุย สามารถเติิบโตได้ดีในทุกสภาพดิน สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ และการปักชำ ลักษณะของต้นดีปลี มีดังนี้

  • ลำต้นดีปลี เป็นเถาพันกับต้นไม้ใหญ่ ค่อนข้างเหนียว มีรากฝอย งอกออกบริเวณข้อปล่อง เพื่อใช้ยึดเกาะ และ เลื้อยพัน กับต้นไม้ใหญ่ คล้ายต้นพริกไท ลำต้นเป็นทรงกระบอก ผิวเรียบ สีเขียวเข้ม เนื้อไม้อ่อน และเปราะหักง่าย
  • ใบดีปลี เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ยาวรี โคนใบมนค่อนข้างกลม ปลายใบแหลม ก้านใบสั้น ใบมีสีเขียวเข้มเป็นมันวาว
  • ดอกดีปลี ลักษณะเป็นช่อ ออกดอกตามซอกใบ โดยมีดอกย่อยอัดกันแน่น
  • ผลดีปลี ยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียวอมเหลือง และผลแก่สีเขียวเข้ม สุกผลจะเป็นสีแดง ผลมีกลิ่นฉุนแรง

สรรพคุณของดีปลี 

สำหรับการใช้ประโยชน์จากดีปลี ด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ผล ราก ลำต้น ใบ และ ดอก สรรพคุณของดีปลีมีดังนี้

  • ผลดีปลี สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ลดไข้ แก้ไอ รักษาพิษงู แก้ปวด แก้ปวดเมื่อย แก้ท้องเสีย ช่วยขับลม แก้ท้องอืด แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดู ช่วยขับพยาธิ
  • รากดีปลี สรรพคุณช่วยลดไข้ แก้ท้องร่วง แก้จุกเสียดแน่นท้อง ช่วยขับลม
  • ลำต้นดีปลี สรรพคุณช่วยขับเสมหะ แก้ปวดฟัน แก้ปวดท้อง ช่วยขับลม แก้ท้องเสีย บรรเทาอาการปวดเมื่อย
  • ใบดีปลี สรรพคุณแก้อาการปวดเมื่อย
  • ดอกดีปลี สรรพคุณช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้หืดหอบ ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ แก้โรคริดสีดวงทวาร ยาอายุวัฒนะ

ตำรับยาที่มีดีปลีเป็นส่วนประกอบ

  • พิกัดเบญจกูล ประกอบไปด้วย ดอกดีปลี รากช้าพลู เหง้าขิงแห้ง เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง  แก้ในกองฤดู กองสมุฎฐานต่าง ๆ ช่วยกระจายกองลมและโลหิต แก้คูถเสมหะ แก้ลมพานไส้ ช่วยระงับโรคอันบังเกิดแต่ทวัตติงสาหาร
  • พิกัดตรีสันนิบาตผล ประกอบไปด้วย ผลดีปลี รากพริกไทย และรากกะเพราแดง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้ในกองลม
  • พิกัดตรีกฎุก ประกอบไปด้วย ดีปลี ขิงแห้ง และพริกไทย แก้โรคที่เกี่ยวกับลม ดี ฤดู
  • ยาอาภิสะ แก้อาการไอ ผอมแห้ง แก้เสมหะในทรวงอกและลำคอ และช่วยแก้ริดสีดวงทวาร
  • ยาหอมนวโกฐ แก้ลมวิงเวียน อาการหน้ามืดตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน และช่วยแก้ลมจุกแน่นในท้อง
  • ยาประสะกานพลู แก้อาการในช่องท้อง บรรเทาอาการปวดท้อง อาการจุกเสียด แน่นท้องน้อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยปกติ สาเหตุเนื่องจากธาตุไม่ปกติ
  • ยาประสะไพล เกี่ยวกับสตรี แก้ระดูมาไม่สม่ำเสมอ หรือ มาน้อยของสตรี ฤทธิ์กระตุ้นมดลูก
  • ยาเหลืองปิดสมุทร แก้อาการอุจจาระแปลกไม่เป็นมูก หรือ มีเลือดปะปน หรือ อาการท้องเสียชนิดที่ไม่มีไข้ ไม่มีการติดเชื้อ
  • ยาธาตุบรรจบ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง ท้องโต ลงพุง

โทษของดีปลี

สำหรับการนำดีปลีมาใช้ประโยชน์แต่จำเป็นต้องใช้อย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งสตรีมีครรถ์ ไม่ควรรับประทานผลดีปลีเนื่องมีสรรพคุณร้อนกระตุ้นการขบเลือดอาจทำให้แท้งบุตรได้ การรับประทานดีปลีในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้กระเพาะอักเสบ และแสบทวารเวลาขับถ่าย

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรแยกตามสรรพคุณ
สำหรับ พืช สัตว์ หรือ แร่ธาตุ ต่างๆนั้น มีคุณสมบัติและสรรพคุณทึ่มึประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ซึ่งเราได้แยกประเภทของสมุนไพรได้ตามประโยชน์ในการรักษาโรค เพื่อให้ง่ายต่อการจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา มีรายละเอียด ดังนี้
สมุนไพรป้องกันมะเร็ง สมุนไพรมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง สมุนไพรบำรุงทางเดินอาหาร รักษากระเพาะ บำรุงทางเดินอาหาร
สมุนไพรสำหรับความงาม สมุนไพรเพิ่ความงาม
เพื่อความสวยงาม
สมุนไพรแก้ปวด สมุนไพรแก้อักเสบ สมุนไพรไทย
แก้ปวด และ แก้อักเสบ
สมุนไพรล้างพิษ สมุนไพรช่วยขับสารพิษในร่างกาย
ช่วยขับสารพิษในร่างกาย
สมุนไพรแก้นอนไม่หลับ สมุนไพรช่วยผ่อนคลาย
แก้นอนไม่หลับ และ ช่วยผ่อนคลาย
สมุนไพรลดความดัน สมุนไพรไทย สมุนไพรปรับความดัน
ลดความดัน
สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ รักษาแผล
บำรุงผิว และ รักษาโรคผิวหนัง
สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
ลิ้นงูเห่า สมุนไพร หญ้าลิ้นงูเห่า
ลิ้นงูเห่า
พริก สมุนไพร สรรพคุณของพริก สมุนไพรไทย
พริก
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร