โรคไฮเปอร์ โรคสมาธิสั้น ADHD ภาวะการมีสมาธิในการรับรู้สั้น มีความซุกซนผิดปรกติ ไม่อยู่นิ่ง มักเกิดกับเด็ก มีเพียงร้อยละ 20 ที่สามารถรักษาให้หายได้ ต้องทำอย่างไร

สมาธิสั้น โฮเปอร์ โรคเด็ก

โรคสมาธิสั้น โรคไฮเปอร์ ( ADHD  Attention Deficit Hyperactivity Disorder ) คือ ภาวะการมีสมาธิในการรับรู้สิ่งต่างๆสั้นกว่าปกติ ลักษณะอาการซุกซน วอกแวก ไม่อยู่นิ่ง เวลาพูดด้วยจะไม่ตั้งใจฟังและเก็บรายละเอียดต่างๆไม่ค่อยได้ อาการเหล่านี้พบบ่อยในเด็กอายุระหว่าง 3 ถึง 7 ปี โดยอาการจะแสดงออกชัดเจนกว่าหลังอายุ 7 ปี เนื่องจากต้องเข้าโรงเรียน มีงานและการบ้าน และ การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและคุณครู

ความแตกต่างระหว่างเด็กไฮเปอร์กับเด็กสมาธิสั้น

  • เด็กไฮเปอร์ เด็กที่เป็นไฮเปอร์ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีสมาธิสั้นเสมอไป เนื่องจาก การไฮเปอร์ คือ อาการที่ไม่อยู่นิ่ง เกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น อาการสมาธิสั้น ( ADHD ) หรือ เด็กที่มีไอคิวสูง ( Gifted Child ) เด็กที่มีความวิตกกังวัล ( Anxiety ) เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ( Motor–Sensory )
  • เด็กสมาธิสั้น เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มักเกิดจากความผิดปกติของสมอง หรืออาจจะเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม หากพ่อหรือแม่เป็นโรคนี้ ลูกก็มีโอกาสเป็นได้ถึง 50% หรืออาจเกิดขึ้นได้ขณะที่มารดาตั้งครรภ์ เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น มีเพียง 15 – 20% เท่านั้นที่สามารถหายได้เองเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่อีกประมาณ 60% นั้นไม่หายขาดและจะเป็นโรคนี้ไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

การสังเกตุอาการเด็กสมาธิสั่นหรือไฮเปอร์

เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น มีเพียง 15 – 20% เท่านั้นที่สามารถหายได้เองเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่อีกประมาณ 60% นั้นไม่หายขาดและจะเป็นโรคนี้ไปจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น การสังเกตและรู้เท่าทันสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องเข้ารับการรักษาคือสิ่งสำคัญ ได้แก่

  • ผลการเรียนตกต่ำลง
  • คุณครูมีการรายงานพฤติกรรมความผิดปกติของเด็กกับพ่อแม่ผู้ปกครอง
  • พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มสงสัยและเห็นความผิดปกติของเด็กชัดเจนมากขึ้น
  • เด็กหรือเพื่อนที่เด็กเล่นด้วยมีอาการบาดเจ็บ เนื่องจากเล่นรุนแรงและผาดโผนมากเกินไป
  • เด็กเริ่มแยกตัวออกจากกลุ่ม อยู่โดดเดี่ยวคนเดียว ไม่ชอบสื่อสารและเข้าสังคม ถูกเพื่อนปฏิเสธหรือรังแก

สาเหตุของภาวะไฮเปอร์

ภาวะไฮเปอร์มักเกิดจากโรคสมาธิสั้น ซึ่งเป็นความผิดปกติที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ มีอาการคล้ายกันกับผู้ป่วยภาวะไฮเปอร์ อย่างไรก็ตาม ภาวะไฮเปอร์มีสาเหตุมาจากโรคหรือปัจจัยอื่น ๆ ได้เช่นกัน ดังนี้

  • ภาวะความผิดปกติของสมองหรือระบบประสาทส่วนกลาง
  • ภาวะความผิดปกติทางอารมณ์หรืออาการทางจิต
  • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคบางชนิด

อาการโรคไฮเปอร์

ควรเปรียบเทียบกับเด็กทั่วไป เพราะ จะเห็นอาการได้ชัด ส่วนมากคือไม่สามารถนั่งเล่นอยู่กับที่ได้นานเกิน 20 นาทีให้ต้องสงสัยเอาไว้ก่อน จากนั้น ให้จับตาสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ดังนี้

  • อาการสมาธิสั้น สังเกตุได้ง่ายคือ จะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดได้เป็นเวลานาน ครูมักพบในชั้นเรียนว่า ขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ หากมีอะไรผ่านหน้าห้องเรียน หรือ เสียงจากภายนอกห้องเรียนเด็กจะไม่สนใจหนังสือเรียน แต่ จะหันไปให้ความสนใจสิ่งภายนอก โดยจะหันไปสนใจทันที อีกกรณีหนึ่ง คือ มักจะไม่สามารถทำงานที่ได้รับหมอบหมาย หรือ การบ้านไม่เสร็จ เพราะจะมัวแต่คิดถึงเรื่องอื่น นอกเหนือจากงานที่ได้รับหมอบหมาย นอกจากนั้นแล้ว บางรายจะมีอาการเหม่อลอย คิดแต่เรื่องในใจ ซึมเศร้าก็สามารถพบได้
  • อาการใจร้อน พวดพลาด ไม่สามารถรออะไรนานๆได้ เช่น การแทรกพูด ขณะที่คนอื่นกำลังคุยกันอยู่ การทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่ครบตามที่ได้สั่ง เพราะ ลุกลี้ลุกลนไม่มีความรอบครอบ มักจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากกว่าเด็กทั่วไป
  • อาการดื้อซน อยู่นิ่งไม่ได้ มีความซนมากกว่าเด็กทั่วไป ไม่เชื่อฟังคำสั่ง เรียกว่าอาการ Hyper Activity

กลุ่มอาการโรคไฮเปอร์ 

ทั้งนี้อยู่ที่การดูแลสภาพแวดล้อมขณะเด็ก ถ้าหากได้รับการดูแลอย่างดีจะสามารถแปรเปลี่ยนเป็น ความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เพื่อ ชดเชยอาการสมาธิสั้นได้

  • กลุ่มอาการก้าวร้าว ขวางโลก ต่อต้านสังคม ชอบความรุนแรง เป็นคนใจร้อน แก้ปัญหาด้วยการใช้ความรุนแรง ขาดการยั้งคิด มีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง เป็นอันตรายต่อสังคม
  • กลุ่มอาการซึมเศ้รา เหงาหงอย ไม่กล้า ขี้อาย เก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่เห็นคุณค่าในตนเอง มีโอกาสเสี่ยงในการทำร้ายตนเองจนถึงฆ่าตัวตาย

การรักษาโรคไฮเปอร์ 

การรักษา จะต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และ รักษาตั้งแต่ยังเด็ก โดยปัจจัยหลัก คือ ครอบครัว แพทย์จะต้องทำความเข้าใจกับครอบครัว ให้รับสภาพความเป็นจริง จากนั้น จะกำหนดวิธีการรักษา ให้เวลากับลูกมากเป็นพิเศษ ค่อยๆฝึกฝนไปเรื่อยๆ และ ติดตามความก้าวหน้า ผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เมื่อเป็นผู้ใหญ่

  • การรักษาจะต้องทำร่วมกับแพทย์ และ ผู้ปกครองเนื่องจากผู้ปกครองจะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด จึงเข้าใจ และ ทราบถึงอาการผิดปกติมากที่สุด การทำการดูแลปรับพฤติกรรมจะต้องทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง และ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อผลการรักษาที่เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด
  • การทำกิจกรรมเสริมทักษะ เพื่อ การเพิ่มสมาธิให้กับเด็ก โดยใช้ดนตรี ศิลปะ กีฬาที่ใช้สมองเข้าช่วย ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้กำลังเพื่อทำร้ายคู่แข่ง หรือ กีฬาที่ต้องมีการปะทะกัน เพราะ จะทำให้กระตุ้นความรุนแรงในตัวเด็กง่ายขึ้น
  • การเสริมสร้างระเบียบให้เด็ก เช่น การตรงต่อเวลา การทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง การจัดเวรทำความสะอาด โดยการค่อยๆให้เด็กมีส่วนร่วม และ มีผู้ปกครองเป็นผู้ร่วมกิจกรรมนั้นด้วยเสมอ แล้วค่อยๆถอยออกมาจนเด็กสามารถทำได้ด้วยตนเอง
  • การจัดสภาพแวดล้อม ควรจัดให้มีความเป็นระเบียนเรียบร้อย ปราศจากสิ่งเร้าสิ่งรบกวน งดเสียงดัง ไม่ควรพาเด็กไปสถาณที่วุ่นวาย คนพลุกพล่าน
  • กำหนดกติกาต่างๆ เพื่อ ฝึกวินัย หลีกเลี่ยงการลงโทษโดยความรุนแรงเมื่อเด็กทำผิด ควรพูดให้เด็กเข้าใจถึงกฏกติกาที่ตกลงไว้แต่แรก และ งดการให้รางวัลในสิ่งที่เด็กชอบ แต่เมื่อ เด็กทำได้ตามตกลงควรกล่าวคำชม และ ของรางวัลตามที่ตกลง เพื่อสร้างแรงจูงใจ
  • โรคนี้สามารถเป็นโรคที่เป็นมาแต่กำเนิด ไม่สามารถรักษาหายได้ทันที แต่ สามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่ที่การดุแลเอาใจใส่ โดย พ่อแม่ผู้ปกครองถือเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะทำให้เด็กโตมาปกติ เพราะ จะอยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เข้าใจเด็กมากที่สุด ผู้ปกครองที่มี การดูแลเด็กไฮเปอร์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ ให้เร็วที่สุด ก่อนจะสายเกินไป

การป้องกันโรคไฮเปอร์

เนื่องจากโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แนวทางการป้องกันการเกิดโรค คือ การดูแลสุขภาพร่างกายของพ่อแม่ การเตีรยมความร้อมก่อนแต่งงาน การตวรจร่างกายอย่างละเอียด ในการเตรียมความพร้อมก่อนมีลูก และ การดูแลแม่ทั้งในระหว่างการตั้งครรภ์เป็นอย่างดี

ออทิสติก ( Autistic spectrum disorder ) ความผิดปรกติของสมองโดยกำเนิด ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กช้ากว่าปรกติ เด็กออทิสติกต่างจากเด็กปัญญาอ่อน ต้องทำอย่างไรเมื่อลูกเป็นออทีสติก 

ออทิสติก โรคเด็ก โรคสมองและประสาท

ออทิสติก ( Autistic spectrum disorder ) คือ ภาวะความผิดปรกติของสมองตั้งแต่กำเนิด มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของโครงสร้างหรือสารเคมีบางอย่างของสมอง ทำให้เกิดปัญหาด้านพัฒนาการของเด็ก ด้านภาษาและสังคม ซึ่งเด็กบางคนอาจมีลักษณะความผิดปกติที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ แต่ในเด็กบางรายไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน ออทิสติกพบได้บ่อยถึงร้อยละ 1 ซึ่งอาการต่างๆสามารถแสดงให้เห็นได้ชัดในเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป อาการเบื้องต้นเด็กขี้อาย รักสงบ หรือบางคนเข้าใจว่าเป็นเด็กสมาธิดี จดจ่อของเล่นได้นาน เด็กออทิสติกมักมีอาการที่ชัดเจนมากขึ้นเมื่ออายุ 3 ปี

ออทิสติกกับปัญญาอ่อน

ออทิสติกมีความต่างจากปัญญาอ่อน โดยหลายคนมักเข้าใจว่าออทิสติกกับปัญญาอ่อนเป็นภาวะเดียวกัน แต่จริงๆแล้วออทิสติกเป็นคนละภาวะกับปัญญาอ่อน สามารถแยกจากกันโดยการประเมินระดับสติปัญญา ( IQ test ) เด็กออทิสติก สามารถพบร่วมกับภาวะปัญญาอ่อนได้ร้อยละ 50 และในบางกรณีเด็กออทิสติก สามารถมีระดับสติปัญญามากกว่าคนปกติและมีความสามารถพิเศษในระดับอัจฉริยะ ( Autistic Savant ) เช่น ความสามารถในการจดจำเรื่องต่างๆ เช่น จำวันในปฏิทินได้ ความสามารถในการวาดรูป เป็นต้น

ลักษณะของเด็กออทีสติก

เด็กออทิสติกมักมีปัญหาเรื่องของพัฒนาการด้านภาษาและสังคม ซึ่ง คนรอบข้างและพ่อแม่ ต้องสามารถสังเกตพัฒนาการของลูกโดย สามารถสังเกตพัฒนาการของเด็กออทิสติก ได้ดังนี้

  • มีปัญหาพัฒนาการด้านภาษา เช่น พูดช้า พูดคำซ้ำๆ พูดด้วยภาษาที่คนอื่นฟังไม่เข้าใจ พูดติดๆ ขัดๆ พูดด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ พูดไม่ชัด
  • มีปัญหาพัฒนาการด้านสังคม และ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เช่น ไม่สบตา ไม่มองหน้า ไม่สื่อสารแสดงความต้องการของตัวเอง ไม่แสดงอารมณ์หรือสีหน้า ชอบเล่นคนเดียวช ไม่สนใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับใคร ไม่สามารถสนทนากับผู้อื่นได้นานๆ ไม่มีเพื่อนสนิทตามวัย
  • มีปัญหาการพัฒนาการด้านอื่นๆ เช่น ชอบทำกิจกรรมเดิมซ้ำๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง รับการเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยได้ เช่น ต้องใส่รองเท้าคู่เดิมสีเดิม เป็นต้น

การสังเกตุอาการของเด็กช่วยให้พ่อแม่ สามารถนำลูกเข้ารับการรักษา ซึ่งหากรักษาในระยะเริ่มแรกช่วยให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเด็กปกติที่สุด

สาเหตุของออทิสติก

สาเหตุของออกทิสติก สาเหตุมาจากความผิดปกติของโครงสร้างหรือสารเคมีบางอย่างของสมอง ซึ่งเป็นความผิดปรกติของเด็กตั้งแต่ในครรภ์ ซึ่งแบ่งได้เป็นสาเหตุจากพันธุกรรมและ ความผิดปรกติของสมองและระบบประสาท โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม เด็กที่มีพี่น้องเป็นโรคออทิสติกจะพบว่ามีความเสี่ยงต่อการป่วยโรคนี้มากกว่าคนปกติหลายสิบเท่าตัว หากนำโรคโมโซมของผู้ป่วยออทิสติกมาตรวจจะพบว่ามีความผิดปกติเมื่อเทียบกับคนทั่วไป
  • ความผิดปกติของสมองและระบบประสาท เด็กที่ป่วยเป็นโรคออทิสติกมักมีความผิดปกติของคลื่นสมองร่วมด้วยดังนั้นจึงจะพบว่ามีอาการชักเกร็งอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับไอคิวของเด็ก พบว่าหากไอคิวต่ำยิ่งมีโอกาสเกิดอาการชักเกร็งมากยิ่งขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งคือการที่สารสื่อประสาทในเด็กป่วยออทิสติกมีความผิดปกติ ทำให้การทำงานของระบบประสาทด้อยกว่าคนทั่วไป จึงแสดงอาการผิดปกติทางร่างกายต่างๆ

การรักษาโรคออทิสติก 

โรคออทิสติกไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาด้วยการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ปกติมากที่สุด การรักษาออทิสติกสามารถทำได้ 3 วิธี คือ การกระตุ้นพัฒนาการ การปรับพฤติกรรมและการใช้ยาช่วย โดยรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  • การกระตุ้นพัฒนาการ มีหลายวิธี เช่น การกระตุ้นระบบประสาทการรับความรู้สึก ( Sensory Integration ) การทำกิจกรรมบำบัด ( Occupational Therapy ) และการฝึกการพูด ( Speech Therapy )
  • การปรับพฤติกรรม เพื่อลดพฤติกรรมอันตรายต่างๆ เช่น การก้าวร้าว จากการไม่สามารถสื่อสารได้ตามที่ต้องการ
  • การใช้ยา ยาจะช่วยในการควบคุมสารเคมีในสมองให้มีความสมดุล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน ช่วยควบคุมอาการขาดสมาธิและอยู่ไม่นิ่ง

การป้องกันออทิสติก

ปัจจับันความรู้ทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคออทิสติกได้ เนื่องจากเป็นความผิดปกติของยีน บางรายอาจเกิดการติดเชื้อตั้งแต่ในครรภ์ สิ่งที่สามารถทำได้ คือ การลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

  • การรักษาสุขภาพของสตรีมีครรภ์ เช่น รับการตรวจสุขภาพและฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • งดการใช้ยาขณะตั้งครรภ์ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาต่างๆ
ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรน่ารู้
คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
เห็ดเข็มทอง สมุนไพร สมุนไพรไทย สรรพคุณของเห็ดเข็มทอง
เห็ดเข็มทอง
ฟักแม้ว มะระหวาน สมุนไพร พืชสวนครัว
ฟักแม้ว
กระเพรา สมุนไพร สรรพคุณของกระเพรา สมุนไพรไทย
กระเพรา
ผักตำลึง สมุนไพร พืชสวนครัว ตำลึง
ผักตำลึง
สุขภาพน่ารู้
ความรู้ต่างๆเกี่ยวข้องกับสุขภาพและการดูแลร่างกาย เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลร่างกาย ตั้งแต่เรื่องอาหาร การบำรุงความงามของร่างกาย ซึ่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร สามารถนำมาประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย

ความสวยความงาม เรื่องของผู้หญิง
ความสวยงาม

อาหารสุขภาพ อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ
อาหารสุขภาพ
แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก
แม่และเด็ก
สมุนไพร สมุนไพรไทย สมุนไพรมีอะไรบ้าง
สมุนไพร