ต้นข่า สมุนไพรพื้นบ้าน ข่านิยมนำมาทำอาหาร ช่วยดับคาว ต้นข่าเป็นอย่างไร คุณค่าทางโภชนากการของข่า สรรพคุณลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันมะเร็ง ขับเสมหะ ขับลม โทษของข่า

ข่า สมุนไพร สมุนไพรไทย

ข่า ( Galanga ) พืชตระกลูขิง นิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารต่าง ๆ เป็นเครื่องเทศ ช่วยแต่งกลิ่นอาหาร และ ดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ ชื่อวิทยาศาสตร์ของข่า คือ Alpinia galanga (L.) Willd. ประโยชน์ของข่า ด้านการรักษาโรคและบำรุงร่างกาย เช่น ช่วยดับคาว ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันมะเร็ง รักษาหลอดลมอักเสบ ช่วยขับเสมหะ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร

ข่าในประเทศไทย

พื้นที่ปลูกข่าของประเทศไทย นั้นสามารถปลูกได้ทั่วไป นิยมปลูกต้นข่าที่สวนบ้านทุกบ้าน จัดว่า ข่าเป็นพืชเศรษฐกิจ สามารถนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ใช้เป็นยารักษาโรค และ ส่วนประกอบของอุตสาหกรรมต่างๆ ในข่า สามารถสกัด เอาน้ำมันหอมระเหยได้ ซึ่ง ในน้ำมันหอมระเหยของข่า มี สารสำคัญ 4 ชนิด คือ trans-p-Coumaryl diacetate , 4-Hydroxycinnamoylaldehyde , 1´-Acetoxychavicol acetate และ β–Sitosterol

ข่า ภาษาอังกฤษ เรียก Galanga ชื่อวิทยาศาสตร์ของข่า คือ Alpinia galanga (L.) Willd. พืชลักษณะเดียวกับ กระชาย กระชายดำ กระชายแดง กระวาน กระวานเทศ ขิง ขมิ้น เร่ว เปราะป่า เปราะหอม ว่านนางคำ และ ว่านรากราคะ ชื่อเรียกอื่นๆของข่า เช่น สะเอเชย เสะเออเคย ข่าหยวก ข่าหลวง กฎุกกโรหินี เป็นต้น

ชนิดของข่า

สำหรับสายพันธ์ข่าที่นิยมปลู มี 4 สายพันธ์ ประกอบด้วย

  • ข่าป่า พบได้ทั่วไปในป่าเบญจพรรณ และ ป่าดิบชื้น ลักษณะลำต้นสูง ใบคล้ายกับข่า ที่ปลูกทั่วไป หัวข่ามีกลิ่นฉุนไม่มาก
  • ข่าลิง หรือ ข่าน้อย ลักษณะลำต้นเล็ก
  • ข่าคม ลักษณะใบมน มีขนทั้งสองด้าน ดอกสีขาว
  • ข่าน้ำ ข่าพื้นบ้าน นิยมปลูกเพื่อจำหน่าย พบมากที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ลักษณะของต้นข่า

ข่าเป็นพืชล้มลุก มีรสเผ็ด กลิ่นฉุน อายุหลายปี สามารถขยายพันธ์ โดยการแตกหน่อ ลักษณะของต้นข่า มีรายละเอียด ดังนี้

  • เหง้าข่า อยู่ใต้ดิน เหง้าสีน้ำตาลอมแสด เลื้อยขนานกับผิวดิน มีข้อปล้องสั้น
  • ลำต้นของข่า เป็นลักษณะกาบ ตั้งตรง แทงออกมาจากเหง้า ลักษณะอวบน้ำ กลม สีเขียว
  • ใบข่า เป็นใบเดี่ยว ใบยาว เหมือนหอก เรียงสลับ รอบลำต้น กาบใบมีขน ปลายใบแหลม ฐานใบสอบแหลม ขอบใบเรียบ
  • ดอกข่า เป็นลักษณะช่อ ออกที่ปลายยอด ช่อแยกแขนง ตั้งขึ้น มีขนาดใหญ่ สีเขียวปนเหลือง ดอกแก่เป็นสีขาวปนม่วงแดง
  • ผลแห้งแตก รูปกระสวย ทรงกลม มีเมล็ด เมล็ดข่าใช้เป็นเครื่องเทศ ออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน

คุณค่าทางโภชนาการของข่า

ต้นข่ามีกลิ่นฉุน และ รสเผ็ดร้อนมาก นิยมนำมาประกอบอาหาร ข่ามีประโยชน์ในด้านการรักษาโรคและการบำรุงร่างกาย นักโภชนากการำด้ศึกษาคุณค่าทางโภชนากการของข่า โดยคุณค่าทางโภชนาการของเหง้าข่าอ่อน ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่

ข่าอ่อนขนาด 100 กรัม มีสารอาหารสำคัฯ ประกอบด้วย กากใยอาหาร 1.1 กรัม แคลเซียม 5 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.15 กรัม และ วิตามินซี 23 มิลลิกรัม

สรรพคุณทางสมุนไพรของข่า

ต้นข่ามีกลิ่นฉุน และ รสเผ็ดร้อน นิยมมาประกอบอาหาร มีประโยชน์ด้านการรักษาโรค และ การบำรุงร่างกาย สรรพคุณของข่า นิยมใช้ เหง้าข่า รากข่า ดอกข่า ผลข่า และ ใบข่า ประโยชน์ทั้งหมดของข่า มีรายละเอียด ดังนี้

  • รากของข่า สรรพคุณช่วยบำรุงเลือด ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดี ช่วยขับเสมหะ
  • เหง้าของข่า สรรพคุณ ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยป้องกันมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาหลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้อาหารเป็นพิษ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยเจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อน ๆ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยขับน้ำดี ช่วยขับเลือด ขับน้ำคาวปลา รักษาแผลสด ลดอาการอักเสบ แก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย รักษาโรคผิวหนัง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา รักษากลากเกลื้อน แก้ฟกช้ำ แก้เหน็บชา บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
  • ใบของข่า สรรพคุณช่วยฆ่าพยาธิ รักษากลากเกลื้อน
  • ดอกของข่า สรรพคุณแก้อาการท้องเสีย รักษาฝีดาษ
  • ผลของข่า สรรพคุณแก้ปวดฟัน รักษาโรคท้องร่วง ช่วยย่อยอาหาร

โทษของข่า

สำหรับข่า เป็นพืชที่มีรสเผ็ดร้อน การใช้ประโยชนืจากข่ามีข้อควรระวัง ดังนี้

  • น้ำมันหอมระเหยจากเหง้าข่า มีความเป็นพิษปานกลาง หากได้กินน้ำมันหอมระเหยจากข่ามากเกินขนาด เป็นพิษต่อร่างกาย
  • ข่า มีความเผ้ดร้อน ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง สำหรับคนที่ผิวหนังแพ้ข่า ทำให้มีอาการแสบร้อน

ต้นข่า คือ พืชล้มลุก สมุนไพรพื้นบ้าน พืชสวนครัว ข่า นิยมนำมาทำอาหาร ช่วยดับคาว เพิ่มรสชาติอาหาร ลักษณะของต้นข่า คุณค่าทางโภชนากการของข่า สรรพคุณของข่า เช่น ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันมะเร็ง ขับเสมหะ ช่วยขับลม โทษของข่า

Fongza.com เว็บไซต์ที่ทำเนื้อหาเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดีต้องดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เนื้อหาของเราจึงประกอบด้วย โรคต่างๆ การรักษาโรค สมุนไพร การเลี้ยงลูก แม่และเด็ก การออกกำลังกาย ความสวยความงาม โหงวเฮ้ง และ อาหารสุขภาพ โดยเน้นการให้ความรู้ ไม่ได้มีเจตนาให้คำวินิจฉัยการรักษาโรค การที่ท่านนำเนื้อหาของเราไปใช้ประโยชน์ให้ปรึกษาผู้เชียวชาญก่อน หากป่วยให้เข้ารับการรักษากับแพทย์เท่านั้น

ขอบคุณท่านผู้สนับสนุนการทำเนื้อหา ทรัพทย์ทวี จำหน่ายถุงกระสอบ ถุงกระสอบสำหรับงานขนย้ายต่างๆ ถุงสายรุ้ง ถุงไนลอน ถุงการ์ตูน และ ถุงล้อลาก ถุงราคาถูกที่ใครๆก็จับต้องได้

ผักโขม amaranth มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผัก ป๊อบอายใช้เพิ่มพลัง มีโปรตีนสูงและมีกรดอะมิโนครบทุกชนิด เหมาะกับกินมังสวิรัติ มีวิตามินเอ บี6 ซี ไรโบฟลาวิน โฟเลต

ผักโขม สมุนไพร สมุนไพรไทย

ผักโขม ( Amaranth ) เป็นผักสวนครัว นิยมนำผักโขมมารับประทานเป็นผักสด หรือ ลวกกินกับน้ำพริก ชื่อวิทยาศาสตร์ของผักโขม คือ Amaranthus blitum subsp. oleraceus (L.) Costea ชื่อเรียกอื่นๆของผักโขม เช่น ผักโหม ผักหม ผักโหมเกลี้ยง กระเหม่อลอเตอ เป็นต้น

สายพันธุ์ของผักโขม ที่นิยมนำมารับประทานเป็นอาหารมีผักโขม 4 สายพันธ์ ประกอบด้วย ผักโขมบ้าน ผักโขมสวน ผักโขมหัด ผักโขมหนาม โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ผักโขมบ้าน ลักษณะใบกลมเล็ก มีลำต้นเล็ก ก้านของใบเป็นสีแดง ใบสีเขียวเหลือบแดง มีสรรพคุณในการแก้คันได้เป็นอย่างดี นำมาต้มเอาน้ำมาอาบ สามารถนำมาใช้ ลดไข้ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ
  • ผักโขมจีน ลักษณะต้นใหญ่ ใบสีเขียว หยัก มีกลิ่นฉุน
  • ผักโขมสวน ลักษณะใบสีเขียว แกนกลางของใบเป็นสีแดง
  • ผักโขมหนาม ลักษณะลำต้นสูง ใบใหญ่ มีหนาม ตามช่อของดอก หากจะนำผักโขมมาทำอาหารให้ใช้ยอดอ่อน ผักโขมสามารถ นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ตกเลือด แก้หนองใน แก้แน่นท้อง แก้กลากเกลื้อน ขับน้ำนม ลดไข้ แก้อาการลิ้นเป็นฝ้าของเด็ก

คุณค่าทางอาหารของผักโขม

สำหรับการศึกษาประโยชน์และคุณค่าทางอาหารของผักโขม นั้น นักโภชนาการได้ศึกษา คุณค่าทางอาหารของผักโขม โดยศึกษาผักโขมขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 23 กิโลแคลลอรี่

สารอาหารสำคัญในผักโขม ขนาด 100 กรัม ประกอบด้วย ไขมัน ร้อยละ 4 โซเดียม ร้อยละ 3 โพแทสเซียม 558 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด 3.6 กรัม กากใยอาหาร 2.2 กรัม น้ำตาล 0.4 กรัม โปรตีน 2.9 กรัม วิตามินเอ1 ร้อยละ 88 วิตามินซี ร้อยละ 47 แคลเซียม ร้อยละ 10 ธาตุเหล็ก ร้อยละ 15 วิตามินบี 6 ร้อยละ 10 ธาตุแมกนีเซียม ร้อยละ 20 สารไทอามิน ร้อยละ 5 สารไรโบพลาวิน ร้อยละ 11 สารไนอาซิน ร้อยละ 4 วิตามินอี ร้อยละ 7  วิตามินเค ร้อยละ 4 ซิงค์ ร้อยละ 4 และ ธาตุฟอสฟอรัส ร้อยละ 5

ลักษณะของต้นผักโขม

ผักโขม พื้ชล้มลุก ขนาดเล็ก เป็นไม้พุ่มเตี้ย อานุของผักโขมเพียงหนึ่งปี ผักโขม จัดเป็นพืชสวนครัว เป็นผักที่ขึ้นตามแหล่งธรรมชาติ เช่น ริมทาง ป่าละเมาะ ป่ารกร้าง เทือกสวนไร่ชาวนา เป็นต้น เป็นพืชที่ขึ้นและเติบโตได้ง่าย

  • ลำต้นของผักโขม สูงประมาณ 1 เมตร ลักษณะของลำต้นอวบน้ำ สีเขียว ตั้งตรง โคนต้นมีสีแดงน้ำตาล
  • ใบของผักโขม ลักษณะเป็นใบเดี่ยว รูปทรงคล้ายสามเหลี่ยม ผิวใบเรียบ ใบมีขนเล็กน้อย ขอบใบเรียบ
  • ดอกของผักโขม ผักโขมออกดอกเป็นช่อ สีม่วงปนเขียว ดอกผักโขมออกตามซอกใบ และ ดอกออกปลายกิ่ง
  • เมล็ดผักโขม มีลักษณะกลม สีน้ำตาลดำ ขนาดเล็ก

สรรพคุณของผักโขม

ผักโขม มีคุณค่าทางอาหารสูง มีประโยชน์ด้านการบำรุงร่างกายและรักษาโรค สรรพคุณของผักโขม เช่น ช่วยขับปัสสาวะ ขับสารพิษในร่างกาย บำรุงสายตา ป้องกันมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง บำรุงผิว ลดไขมันในเลือด ลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ บำรุงเลือด เบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ลักษณะของผักโขมที่มีประโยชน์ คือ

  1. ผักโขมมีสารซาโปนิน ( Saponin ) สรรพคุณช่วยลดคอเรสเตอรอล ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ เป็นยาอายุวัฒนะ
  2. ผักโขมมีเบต้าแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง ป้องกันมะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมได้
  3. ผักขมมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา
  4. ผักโขมมีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิว และ บำรุงเหงือกและฟัน รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  5. ผักโขมมีกากใยอาหารสูง บำรุงระบบทางเดินอาหาร ช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ดี ลดการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร

โทษของผักโขม

การบริโภคผักโขม ข้อควรระวังในการบริโภคผักโขม อยู่บ้าง การกินผักโขมในปริมาณที่เหมาะสม จะดที่สุดจากการวิจัยผักโขม พบว่าผักโขมทำให้ร่างกายมีปริมาณของสารออกซาเลท หรือ กรดออกซาลิค อาจเป็นสาเหตุของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ได้

ผักโขม ( Amaranth ) คือ พืชล้มลุก ผักพื้นบ้าน พืชพื้นบ้าน สมุนไพรไทย ลักษณะของผักโขมเป็นอย่างไร สรรพคุณของผักโขม ช่วยบำรุงสายตา ลดไขมันในเส้นเลือด บำรุงผิว โทษของผักโขม มีอะไรบ้าง

แหล่งอ้างอิง

  • บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร”. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-10. สืบค้นเมื่อ 2012-08-25.
  • รักษ์ พฤษชาติ,ผักพื้นบ้าน ครบเครื่องเรื่องผักพื้นบ้าน ทั้งการปลูกและการตลาด,สำนักพิมพ์ นีออน บุ๊ค มีเดีย,พิมพ์ครั้งที่ 4 มีนาคม 2553
  • “ผักโขม”. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-07-07. สืบค้นเมื่อ 2012-08-25.
  • “ป๊อปอายไม่ได้กินผักโขมนะจะบอกให้! – OpenRice TH Editor”. OpenRice ไทย.
  • แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ,ผักพื้นบ้านภาคกลาง,บริษัท สามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด,พิมพ์ครั้งที่ 2 สิงหาคม 2547
  • หมอชาวบ้าน ผักโขม
  • อมรทิพย์ วงศ์สารสิน และ อัญชลี จาละ. 2554. สารอัลลีโลเคมิคอลจากผักโขมที่มีผลต่อการงอกของเมล็ดพริก. การประชุมวิชาการทางพฤกษศาสตร์แห่งประเทศไทยครั้งที่ 5 30 มีนาคม – 1 เมษายน 2554 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

Fongza.com เว็บไซต์ที่ทำเนื้อหาเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านสุขภาพ โดยเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดีต้องดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ เนื้อหาของเราจึงประกอบด้วย โรคต่างๆ การรักษาโรค สมุนไพร การเลี้ยงลูก แม่และเด็ก การออกกำลังกาย ความสวยความงาม โหงวเฮ้ง และ อาหารสุขภาพ โดยเน้นการให้ความรู้ ไม่ได้มีเจตนาให้คำวินิจฉัยการรักษาโรค การที่ท่านนำเนื้อหาของเราไปใช้ประโยชน์ให้ปรึกษาผู้เชียวชาญก่อน หากป่วยให้เข้ารับการรักษากับแพทย์เท่านั้น

ขอบคุณท่านผู้สนับสนุนการทำเนื้อหา ทรัพทย์ทวี จำหน่ายถุงกระสอบ ถุงกระสอบสำหรับงานขนย้ายต่างๆ ถุงสายรุ้ง ถุงไนลอน ถุงการ์ตูน และ ถุงล้อลาก ถุงราคาถูกที่ใครๆก็จับต้องได้

ถุงกระสอบ ถุงล้อลาก ถุงสายรุ้ง ถุงการ์ตูน
ขายถุงกระสอบ ถุงสายรุ้ง ย้ายหอ ย้ายบ้าน ต้องการถุงกระสอบ ถุงกระสอบราคาโรงงาน
ติดต่อ ทรัพย์ทวี Line Id : nongnlove

สมุนไพรน่ารู้

คนทั่วไปมักเข้าใจว่าสมุนไพร คือ พืชที่สามารถนำมาทำเป็นยาเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว สมุนไพรนั้นหมายรวมถึง สัตว์ หรือ แร่ธาตุจากธรรมชาติด้วย เราได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรไทยที่สามารถใช้รักษาโรคและบำรุงร่างกาย เพื่อประโยชน์กับทุกคน
ดอกคำฝอย สมุนไพร สรรพคุณของคำฝอย
ดอกคำฝอย
ว่านชักมดลูก สมุนไพร
ว่านชักมดลูก
โด่ไม่รู้ล้ม สมุนไพร สรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้ม
ว่านโด่ไม่รู้ล้ม
หมามุ่ย สมุนไพร สรรพคุณหมามุ่ย
หมามุ่ย